การใช้พลังงานความร้อนจากการขุดบิตคอยน์(BTC) กำลังได้รับความสนใจในฐานะพลังงานทางเลือกแห่งอนาคต โดยล่าสุด โครงการนำร่องในรัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา ได้ใช้ ‘พลังงานความร้อนเหลือทิ้ง’ จากเครื่องขุดคริปโต เพื่ออบอุ่นโรงเรือนในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นแนวทางใหม่ที่ผสานระหว่าง ‘เทคโนโลยีการขุด’ และ ‘การเกษตร’ เพื่อลดต้นทุน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน
เมื่อวันที่ 24 สื่อท้องถิ่นในแคนาดารายงานว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างบิตฟอเรสต์ นักลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน กับคานาน(Canaan) ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สำหรับขุดเงินดิจิทัล โดยได้นำเครื่องขุดรุ่นอวาลอน(Avalon) ประมาณ 360 ตัวมาใช้งาน ซึ่งทั้งหมดทำงานในรูปแบบ ‘ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ’ เพื่อให้ความร้อนถูกเก็บและนำไปหมุนเวียนในระบบทำความร้อนของโรงเรือนเกษตรที่อยู่ติดกัน
โมเดลนี้มีขนาดการดำเนินงาน 3 เมกะวัตต์(MW) และวางแผนทดสอบความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ทางเทคนิคในระยะเวลา 2 ปี จุดเด่นคือสามารถใช้พลังงานที่โดยปกติแล้วจะสูญเปล่า ไปช่วยทำหน้าที่เทียบเท่าหม้อไอน้ำ แม้จะยังไม่สามารถทดแทนระบบทำความร้อนเดิมได้ทั้งหมด แต่เฉพาะในฤดูหนาวก็ประหยัดพลังงานได้มหาศาล
ในพื้นที่ภาคเหนือของแคนาดา การดูแลอุณหภูมิในโรงเรือนถือเป็นภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะพืชอย่างมะเขือเทศที่ไวต่อความเย็น ดังนั้น ลักษณะการที่เครื่องขุดคริปโตปล่อยความร้อนอย่างสม่ำเสมอจึงตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัว ‘ความคิดเห็น’ ของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ จับความร้อนได้มีประสิทธิภาพกว่าพัดลม เหมาะกับกรณีที่ต้องใช้ความร้อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเริ่มเห็นแนวโน้มผู้ผลิตบางรายวางจำหน่ายเครื่องขุดในรูปแบบเครื่องทำความร้อนสำหรับที่อยู่อาศัยอีกด้วย
ด้านบิตฟอเรสต์ระบุว่า การลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพราะค่าทำความร้อนเป็นส่วนหนึ่งที่ใหญ่ของต้นทุนการเกษตร การร่วมมือในลักษณะนี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเหมืองคริปโตใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ค่าไฟไม่แพงและมีความต้องการพลังงานความร้อนคงที่ตลอดปี
แนวทางการนำความร้อนเหลือทิ้งจากการขุดไปใช้งานไม่ได้จำกัดแค่ภาคเกษตรเท่านั้น ในยุโรปมีหลายเมือง ตั้งแต่ฟินแลนด์ สวีเดน ไปจนถึงฝรั่งเศส ที่เริ่มใช้ความร้อนจากศูนย์ข้อมูลเพื่อให้พลังงานแก่สระว่ายน้ำสาธารณะหรืออาคารพักอาศัย แสดงให้เห็นว่า ‘พลังงานจากคริปโต’ อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
คานานยังตั้งเป้าที่จะพัฒนาโมเดล ‘การขุดเหมาะกับสภาพอากาศหนาว’ ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ในพื้นที่อื่นที่มีสภาพอากาศคล้ายกัน เช่น แถบตอนเหนือของสหรัฐฯ หรือประเทศในยุโรปเป้าหมายคือการพัฒนาให้ระบบสามารถใช้งานร่วมกับระบบทำความร้อนเดิม มีประสิทธิภาพในการกู้ความร้อนสูง และไม่ยุ่งยากเกินไปในการบำรุงรักษา หากโครงการในแมนิโทบาประสบความสำเร็จ ก็อาจมีการขยายไปยังอุตสาหกรรมประเภทอื่นอย่างระบบอบแห้งในโรงงานหรือชุมชนที่อยู่อาศัยแบบเทรลเลอร์ด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายอยู่มาก ตั้งแต่การลงทุนเบื้องต้นที่ยังสูง การจำเป็นต้องตั้งศูนย์ขุดให้ใกล้กับสถานที่ต้องการใช้ความร้อน ไปจนถึงความเสี่ยงจากการที่ระบบพลังงานถูกผูกไว้กับการทำงานของเครื่องขุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเครื่องขุดหยุดทำงาน ระบบทำความร้อนก็จะล่มไปด้วย ซึ่งหมายความว่าต้องมีระบบพลังงานสำรองควบคู่กันไปเสมอ
อีกประเด็นที่ไม่อาจมองข้ามคือ ‘รอยเท้าคาร์บอน’ ของการขุดบิตคอยน์ แม้จะมีการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ แต่หากยังอิงแหล่งพลังงานฟอสซิล ผลดีต่อสิ่งแวดล้อมก็ยังคงจำกัดอยู่ ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการผนวกพลังงานหมุนเวียนเข้าร่วมด้วย
แม้จะยังอยู่ในระยะทดลอง แต่กรณีศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า วิธีคิดเกี่ยวกับ ‘พลังงานจากการขุดคริปโต’ กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ถูกวิจารณ์เรื่องการใช้พลังงานมหาศาล กำลังกลายเป็นบทพิสูจน์ว่า ‘พลังงานที่เหลือทิ้ง’ หากนำมาใช้ให้ถูกที่ ก็สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมหาศาล หากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมขุดคริปโตอาจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมดิจิทัลแบ่งปันรายได้อีกต่อไป แต่อาจก้าวขึ้นสู่การเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานร่วมท้องถิ่น’ ที่เชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการอยู่อาศัยได้ในอนาคต
ความคิดเห็น 0