เหรียญมีมสาย AI อย่าง *ราล์ฟ(RALPH)* ดิ่งลงกว่า 80% ภายในเวลาเพียงหนึ่งวัน หลังมีรายงานว่า *เจฟฟรีย์ ฮันต์ลีย์(Geoffrey Huntley)* ซึ่งถูกระบุเป็นนักพัฒนา ได้ทำการขายโทเคนมูลค่ากว่า 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.4 ล้านบาทไทยออกจากตลาด สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่น และส่งผลให้ราคาทรุดตัวลงอย่างหนัก
เหตุการณ์นี้ได้จุดประเด็นร้อนเกี่ยวกับโครงสร้างที่เปราะบางของเหรียญมีมในตลาดคริปโต โดยเฉพาะเรื่อง *สภาพคล่องที่ต่ำ* และความไม่โปร่งใสในการกำหนดเจ้าของโครงการ หลังการเทขาย ราคาของ RALPH ลดลงจนกระทบต่อความมั่นคงของผู้ถือเหรียญในวงกว้าง โดยมีคำวิจารณ์พุ่งเป้าไปยัง *แรงจูงใจของนักพัฒนา* และการจัดการทรัพยากรภายในโครงการ
จากข้อมูลของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ธุรกรรม *บับเบิลแม็ปส์(Bubblemaps)* กระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับฮันต์ลีย์ได้ทำการขายเหรียญ RALPH ถึงสามครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 300,000 ดอลลาร์ ติดตามมาด้วยราคาที่ร่วงลงมากถึง 80% จากจุดสูงสุด บับเบิลแม็ปส์ระบุด้วยว่า กระเป๋านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มขนาดเล็กที่ถือเหรียญคิดเป็นประมาณ 2% ของอุปทานทั้งหมด และยังพบว่าที่อยู่กระเป๋าอื่นที่เกี่ยวข้องยังคงถือครองอีกประมาณ 3%
สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกระเป๋าใหม่ที่ถือเหรียญมูลค่า 115,000 ดอลลาร์ (ราว 1.68 ล้านบาท) ทำการเทขายเพิ่มเติม ส่งผลให้ความผันผวนยิ่งเพิ่มขึ้น
ฮันต์ลีย์ออกมายอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเทขายครั้งนี้ แต่ระบุว่าเป็นการจัดพอร์ต "ลดความเสี่ยง" หรือ *de-risking* โดยหวังจะสร้างสภาพคล่องในตลาดผ่านการขายตรง แทนที่จะใช้วิธีขายผ่าน OTC ซึ่งมักให้ราคาต่ำกว่า และยืนยันว่า ตัวเขายังคงถือเหรียญบางส่วนอยู่
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายย่อยในชุมชนกลับมองว่านี่คือ “การทรยศต่อความไว้วางใจ” หลายคนแสดงความไม่พอใจต่อการเลือกเวลาขายและวิธีการขายที่ดูเหมือนปกปิดข้อมูลจากสาธารณะ ความคิดเห็นจากชุมชนหนึ่งกล่าวว่า “การขายเหรียญในจังหวะแบบนี้ ทำลายกำแพงความไว้ใจที่เคยมีกับทีมพัฒนา” ขณะที่อีกคนเสนอว่า หากจำเป็นต้องขาย ควรใช้วิธีใส่เหรียญในพูลสภาพคล่องและค่อยๆ ขายเพื่อสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมแทน
ด้านฮันต์ลีย์ได้พยายามชี้แจงเพิ่มเติมว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งหรือควบคุม RALPH และเหรียญนี้เกิดขึ้นโดยปราศจากความยินยอมจากเขา อย่างไรก็ดี ชุมชนกลับพบว่าฮันต์ลีย์มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับกระแสมส์ในโซเชียลของ ‘Ralph Wiggum’ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของเหรียญนี้ ส่งผลให้หลายคนยังค้างคาใจในคำชี้แจงของเขา
ปัจจุบัน ราคา RALPH ร่วงลงเหลือเพียง 0.0054 ดอลลาร์สหรัฐ ตัดจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ 0.047 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่าที่หายไปราว 90% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหดตัวจาก 47 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 689 ล้านบาท) เหลือแค่ 4.9 ล้านดอลลาร์ (ราว 71.8 ล้านบาท) เท่านั้น
ปริมาณการซื้อขายภายใน 24 ชั่วโมงพุ่งสูงถึง 7.7 ล้านดอลลาร์ แซงหน้ามูลค่าตลาดถึง 150% ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นสัญญาณของ *การเปลี่ยนมือที่เกิดจากแรงกดดันทางตลาด* และสะท้อนความเสี่ยงที่มักพบในเหรียญมีมที่มักขาดแคลนสภาพคล่องและความโปร่งใส
ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์บางรายมองว่า กรณีของ RALPH คือตัวอย่างที่ชัดเจนของความเสี่ยงที่มาพร้อมกระแสเหรียญมีม โดยเฉพาะเมื่อผู้อยู่เบื้องหลังไม่แสดงความรับผิดชอบอย่างเปิดเผย ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือน *ผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์* อย่าง *ฉางเผิง จ้าว(CZ)* ยังเคยออกมาเตือนว่า “เหรียญที่ถือกำเนิดจากมุกตลก มักจบลงด้วยความเสียหาย” ซึ่ง RALPH เป็นตัวอย่างที่ตอบรับคำเตือนดังกล่าวอย่างชัดเจน.
ความคิดเห็น 0