ตลาดเงินไหลกลับเข้าสู่ทองคำท่ามกลางความผันผวน ขณะที่บทบาท ‘ทองคำดิจิทัล’ ของบิตคอยน์(BTC) ถูกตั้งคำถาม
ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะอยู่ในช่วงอ่อนค่า แต่ราคาของบิตคอยน์(BTC) ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สะท้อนถึงความรู้สึกไม่มั่นคงที่ปกคลุมตลาดในเวลานี้ โดยเงินทุนจำนวนมากเริ่มแปรเปลี่ยนทิศทางจากคริปโตเคอร์เรนซีไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ‘ทองคำ’ และ ‘เงิน’ อีกครั้ง ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวได้สั่นคลอนความเชื่อเดิมที่ว่า บิตคอยน์คือสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อหรือ ‘ทองคำดิจิทัล’
เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของคริปโตเควนต์(CryptoQuant) นักวิเคราะห์ชื่อ กูกาออนเชน(GugaOnChain) อธิบายว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์ไม่ได้หมายความว่าบิตคอยน์จะได้เปรียบเสมอไป พร้อมระบุว่า “บิตคอยน์จะได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์เฉพาะในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องสูงหรือเมื่อเงินเฟ้อเร่งตัวเท่านั้น” ซึ่งแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนในตลาดการเงินได้ดันนักลงทุนเข้าสู่กลยุทธ์หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ส่งผลให้กระแสเงินไหลกลับไปที่สินทรัพย์ปลอดภัยทั้งทองคำและเงินแทน
แม้ดอลลาร์จะอ่อนค่าจากแรงกดดันในต่างประเทศ เช่น ความกังวลด้านภาษีจากสหรัฐฯ ต่อตลาดยุโรป และความเสี่ยงจากการแทรกแซงตลาดเงินของญี่ปุ่น แต่ราคาบิตคอยน์กลับหล่นลงไปถึงระดับ 86,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.24 ล้านบาท) ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตรงกันข้าม ราคาทองคำและเงินปรับตัวขึ้นแรง และในบางประเทศของเอเชีย ราคาทองคำแท่งยังมีการซื้อขายเหนือราคาตลาดถึงหลายเปอร์เซ็นต์จากปริมาณความต้องการที่สูงขึ้น
นักวิเคราะห์ ดาเนียล ชิงเคล(Daniel Tschinkel) ระบุว่า “นักลงทุนปัจจุบันไม่ได้มองหาผลตอบแทน แต่กำลังหาวิธีรักษา ‘อำนาจซื้อ’ ของตน” พร้อมแสดงความเห็นว่า “ความเชื่อมั่นในสกุลเงินที่อิงกับรัฐบาลเริ่มลดลง” โดยชี้ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวใหม่ของนักลงทุนที่พากันหันไปหาทองคำจริงมากกว่าสัญญาซื้อขายอนาคตในตลาดกระดาษ ซึ่งสะท้อนภาวะ ‘ตื่นกลัว’ ที่ชัดเจนในระดับตลาด
ข้อมูลจาก Lookonchain ยังตอกย้ำพฤติกรรมการกลับทิศของเงินลงทุน โดยระบุว่ามีนักลงทุนรายใหญ่รายหนึ่ง ประสบขาดทุนกว่า 18.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 272 ล้านบาท) จากการถือครองอีเธอเรียม(ETH) ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะขายออกและนำเงิน 36 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 520 ล้านบาท) ไปลงในโทเคนที่มีทองคำค้ำประกัน ซึ่งทำกำไรมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 29 ล้านบาท) ภายในเวลาอันสั้น
จากข้อมูลในตลาดโลก มูลค่ารวมของทองคำพุ่งแตะ 35 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.64 ตันล้านบาท) ขณะที่เงินอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านล้านดอลลาร์ (868 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือว่าแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ ในทางกลับกัน บิตคอยน์กลับให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าอย่างชัดเจน โดยจากการเปรียบเทียบของนักวิเคราะห์ Ash Crypto หากลงทุนด้วยเงิน 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.44 ล้านบาท) เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ปัจจุบันทองคำจะเพิ่มมูลค่าเป็น 180,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.6 ล้านบาท), เงินจะกลายเป็น 342,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.95 ล้านบาท) แต่บิตคอยน์กลับลดลงเหลือ 85,900 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.24 ล้านบาท)
เทรดเดอร์ เท็ด ฟิลโลส(Ted Pillows) ยังเสริมว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 เป็นต้นมา ราคาของบิตคอยน์เมื่อเปรียบเทียบกับราคาทองคำลดลงแล้วกว่า 56% พร้อมชี้ว่า RSI (ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์) ของสัดส่วน BTC/ทองคำ ตอนนี้อยู่ในระดับ ‘ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์’
เมื่อพิจารณาภาพรวม นักลงทุนเริ่มมองว่าบิตคอยน์ไม่ใช่ ‘ทองคำดิจิทัล’ แต่เป็น ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความไม่แน่นอนสูง กูกาออนเชน ยังกล่าวเสริมว่า “หากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่ามาจากความกลัว ไม่ใช่จากโมเมนตัมของตลาดทุน บิตคอยน์จะไม่ได้รับอานิสงส์” นั่นหมายความว่า หากเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะผันผวน บิตคอยน์อาจยังต้องเผชิญความท้าทายต่อไป
ขณะที่ทองคำและเงินได้รับความไว้วางใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่นักลงทุนระวังการลงทุน บิตคอยน์กลับถูกตีความใหม่ว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่แน่นอน ความเชื่อนั้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังพิจารณา ‘เรื่องเล่า’ ใหม่เกี่ยวกับคริปโต ไม่ใช่แค่ดูจากราคาหรือผลตอบแทน แต่เป็นการตั้งคำถามถึงคุณค่าที่แท้จริงของ ‘บิตคอยน์’ ในฐานะสินทรัพย์ในยุคต่อไปนั่นเอง
ความคิดเห็น 0