บิตคอยน์(BTC) อาจเริ่มเข้าสู่ช่วง ‘ขาขึ้นแบบพาราโบลา’ อีกครั้ง หลังจากพักฐานระยะสั้น ตามการวิเคราะห์ล่าสุดที่เผยให้เห็นความเป็นไปได้ที่ราคาของบิตคอยน์อาจพุ่งแตะระดับสูงสุดถึงประมาณ 3.54 แสนบาท($245,000) โดยมีการอ้างอิงข้อมูลทั้งจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและทฤษฎีคลื่นเอลเลียต
นักวิเคราะห์คริปโตที่ใช้ชื่อว่า ‘คริปโต ไทส์(Crypto Tice)’ เผยในบทวิเคราะห์กราฟรายสัปดาห์ว่าการไหลเวียนของเงินลงทุนระหว่างทองคำและบิตคอยน์เกิดขึ้นเป็นรูปแบบซ้ำ ๆ โดยในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์เสี่ยงแล้วหันไปถือทองคำก่อน และเมื่อราคาทองคำเข้าสู่ช่วงนิ่ง เงินทุนก็จะเริ่มไหลกลับเข้าสู่บิตคอยน์ ทำให้เกิดราคาพุ่งแรง
จากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในปี 2017–2018 และช่วงปี 2020–2021 พบว่าทองคำทำสถิติราคาสูงสุดก่อนจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และจากนั้นบิตคอยน์ก็เข้าสู่ขาขึ้นที่ชัดเจน ไทส์ระบุว่าปัจจุบันทองคำได้กลับมาแตะจุดสูงสุดอีกครั้ง และดูเหมือนจะเริ่มเข้าสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า "ช่วงแดง" ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเปิดประตูให้กับขาขึ้นรอบใหม่ของบิตคอยน์
“ถ้ารูปแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง บิตคอยน์ก็อาจเข้าสู่ช่วงพาราโบลิกที่ส่งราคาพุ่งแตะ 3.54 แสนบาทได้” ความคิดเห็นจากไทส์
ไม่เพียงแค่นั้น ‘เมอร์ลิน เดอะ เทรดเดอร์(Merlijn the Trader)’ นักวิเคราะห์เทคนิคอีกคน หนุนมุมมองนี้ด้วย โดยอ้างอิง ‘ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต’ เขาระบุว่า ราคาของบิตคอยน์ในปี 2024 จนถึงกลางปี 2025 ได้เคลื่อนไหวครบรอบคลื่น 1–3 แล้ว และในปัจจุบันน่าจะอยู่ในช่วงสังเกตการณ์ 4–5 ซึ่งเป็นช่วงสะสมพลังเพื่อพุ่งขึ้นอีกครั้ง
เมอร์ลินประเมินว่าหากบิตคอยน์สามารถทะลุช่วงการพักฐานนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ราคาจากระดับปัจจุบันที่ราว 1.27 แสนบาท($87,900) อาจพุ่งไปถึง 1.79 แสนบาท($124,000) ในระยะสั้น
แม้จะไม่มีหลักประกันว่ารูปแบบในอดีตจะเกิดซ้ำเสมอ แต่ทั้งคริปโต ไทส์ และเมอร์ลิน ต่างเชื่อว่าโครงสร้างตลาดที่ผ่านมา รวมถึงพฤติกรรมของทองคำและบิตคอยน์ ยังคงให้ภาพที่คล้ายคลึงกับรอบก่อน ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักลงทุน
หากแนวโน้มแนวความสัมพันธ์ระหว่างทองคำและบิตคอยน์ยังคงแข็งแรง การพักฐานรอบนี้ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘การดีดตัวแรง’ ครั้งถัดไปของบิตคอยน์ก็เป็นได้
ความคิดเห็น 0