ความต้องการ ‘ทองคำ’ ในตลาดคริปโตพุ่งสูง หนุนมูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์ที่อิงทองแตะ 4 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเทเธอร์เป็นผู้เล่นหลักครองส่วนแบ่งกว่า 50% ด้วยโทเคนทองคำ ‘เทเธอร์โกลด์(XAU₮)’ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน
ปัจจุบัน เทเธอร์โกลด์(XAU₮) มีมูลค่าตลาดประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ และถูกยกให้เป็นผู้นำในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลที่อ้างอิงทองคำ ขณะที่ราคาทองคำจริงพุ่งเกิน 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านวิธีการลงทุนจากโลกการเงินดั้งเดิมสู่ *เทคโนโลยีบล็อกเชน* อย่างชัดเจน โดยมีจุดเน้นอยู่ที่การนำ ‘ทองคำจริง’ ขึ้นสู่เครือข่ายออนเชน
เมื่อพิจารณาความผันผวนของค่าเงินและความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เทรนด์การซื้อขาย *ทองคำดิจิทัล* ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก เทเธอร์ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 โทเคน XAU₮ ทุกเหรียญจะได้รับการค้ำประกันแบบ 1:1 ด้วยทองคำจริงมากกว่า 520,000 ออนซ์ ซึ่งจัดเก็บตามมาตรฐานของสมาคมตลาดทองคำลอนดอน(LBMA) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ความโปร่งใสนี้คือจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ XAU₮ ถูกมองว่าเป็นทางเลือก ‘เฮดจ์’ ที่มีสินทรัพย์รองรับจริงในยุคดิจิทัล
ในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา เทเธอร์ได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมถึง 27 ตัน ซึ่งมากกว่าการถือครองของธนาคารกลางหลายแห่ง และส่งผลให้บริษัทขยับขึ้นติดอันดับ 30 ขององค์กรที่ถือครองทองคำมากที่สุดของโลก ตามรายงานของ IMF และเจฟเฟอรีส์ *ความคิดเห็น* กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแค่ตอบสนองตลาดคริปโต แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเทเธอร์ในการดึงดูดนักลงทุนเชิงสถาบันผ่านสินทรัพย์ที่จับต้องได้
ในขณะเดียวกัน ราคาของ ‘เงิน’ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ปลอดภัย ก็กำลังพุ่งสูงเช่นกัน โดยล่าสุดแตะระดับ 115 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นเกือบ 12% ภายในวันเดียว โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น, อุปทานจำกัด และสัญญาณทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดจีน ซึ่งราคาภายในประเทศสูงกว่าตลาดลอนดอน ถือเป็นสัญญาณของความตึงตัวในตลาด
ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 2% ภายในวันเดียว ท่ามกลางกระแสธนาคารกลางทั่วโลกที่ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ และกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองต่างประเทศ โซ시에เต้ เจเนราลประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสแตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี ขณะที่มอร์แกน สแตนเลย์มองว่าอาจขึ้นไปถึง 5,700 ดอลลาร์หากตลาดยังคงเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
‘เทเธอร์โกลด์’ จึงไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มโทเคนทองคำธรรมดา แต่ได้กลายเป็นตัวแทนของการผสานระหว่างสินทรัพย์จริงกับเทคโนโลยีออนเชนที่ตอบโจทย์ความเชื่อมั่นของตลาด *ความคิดเห็น* การเติบโตของโทเคนนี้ตอกย้ำว่าคริปโตเคอร์เรนซีสามารถมีมูลค่าที่รองรับด้วย 'ทรัพย์สินจริง' ได้ ไม่ใช่เพียงสินทรัพย์เสมือนที่ลอยล่องไร้เสถียรภาพดังที่เคยถูกวิจารณ์ในอดีต
จากอดีตที่คริปโตเคยถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง ขณะนี้เหรียญที่ผูกกับทองคำหรือเงินกลับกลายเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในพอร์ต สำหรับนักลงทุนที่มองหาการป้องกันความเสี่ยง *ความคิดเห็น* ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในปี 2026 ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยแบบออนเชนมีแนวโน้มพุ่งสูงอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0