Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) จ่อหลุดแนวรับ 80,000 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ชี้อาจเป็น ‘จุดกลับตัว’ ก่อนขาขึ้นรอบใหม่

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์ในขณะที่บิตคอยน์(BTC)เผชิญแรงกดดันตกต่ำใกล้แนวรับ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าอาจเป็นการ ‘ขายครั้งสุดท้าย’ ก่อนที่ตลาดจะกลับตัวสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น รายงานจาก Fire Hustle ระบุว่าแม้บิตคอยน์(BTC)อาจร่วงลงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.15 ล้านบาท) ในระยะสั้น แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็น ‘การปรับฐานครั้งสุดท้าย’ ที่ปูทางไปสู่การดีดตัวสู่ระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ ‘ทองคำ’ ทะยานทะลุ 5,000 ดอลลาร์ (ราว 724,000 บาท) ต่อออนซ์ และ ‘เงิน’ ก็ขึ้นไปเกิน 100 ดอลลาร์ (ราว 14,491 บาท) ถือเป็นสัญญาณสวนทางกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน

Fire Hustle ให้เหตุผลว่า ปัจจัยหนุนราคาทองคำและเงินมาจาก ‘ดีมานด์อุตสาหกรรม’ ที่เพิ่มขึ้นและ ‘ข้อจำกัดด้านการส่งออกจากจีน’ โดยเฉพาะ ‘เงิน’ ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ราคาขยับขึ้นถึง 4 เท่าภายในหนึ่งปี ในสถานการณ์ดังกล่าว นักลงทุนจำนวนมากจึงเลือกปักเงินไว้ใน ‘สินทรัพย์ดั้งเดิม’ อย่างทองและเงิน แทนที่จะใช้คริปโตในการป้องกันเงินเฟ้อ

"ตอนนี้บิตคอยน์กำลังทำหน้าที่เหมือนสินทรัพย์เสี่ยง มากกว่าเป็นเครื่องป้องกันเงินเฟ้อ" เขากล่าว โดยราคาบิตคอยน์ในปลายปี 2024 เคยร่วงแตะระดับ 80,000 ดอลลาร์ ก่อนเด้งกลับขึ้นแล้วตกลงซ้ำอีกจนยังไม่สามารถทะลุแนวต้านหลักที่ 100,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ในขณะเดียวกัน มูลค่ารวมตลาดคริปโตลดลงจาก 4 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,796 ล้านล้านบาท) เหลือต่ำกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,347 ล้านล้านบาท)

กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตเองก็ประสบภาวะ ‘เงินไหลออก’ ต่อเนื่องเป็นวงกว้าง มูลค่านับหมื่นล้านดอลลาร์ และสกุลเงินทางเลือก (Altcoins) เองก็เผชิญแรงขายหนักกว่าด้วยเช่นกัน

แม้ภาพรวมจะดูไม่สดใส แต่ Fire Hustle ยังมองเห็นแรงหนุนต่อการฟื้นตัวในระดับโครงสร้าง โดยเฉพาะจาก ‘สภาพคล่องโลก’, ‘กรอบกฎหมาย’ และ ‘สเตเบิลคอยน์’ เขาชี้ว่า ‘ปริมาณเงินทั่วโลก’ มีความสัมพันธ์กับราคาบิตคอยน์ห่างกันราว 2-3 เดือน ซึ่งหากแนวโน้มสภาพคล่องยังเพิ่มขึ้น การดีดกลับของราคาก็มีโอกาสเกิดขึ้นในไม่ช้า

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็เริ่มรับรองกรอบกฎหมายใหม่ต่อคริปโต ตัวอย่างเช่น ‘กฎหมาย GENIUS’ ที่สนับสนุนการใช้งานสเตเบิลคอยน์ได้ผ่านความเห็นชอบ และมีแนวโน้มว่ากฎหมายที่ครอบคลุมธุรกรรมคริปโตจะถูกผลักดันต่อเนื่อง "ก่อนหน้านี้หน่วยงานกำกับมักฟ้องร้องโครงการต่างๆ แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มแสดงท่าทีที่แน่ชัดและให้คำแนะนำเป็นรูปธรรม" เขากล่าว

ส่วน ‘สเตเบิลคอยน์’ เองก็มีบทบาทมากยิ่งขึ้น โดยมีมูลค่ารวมในตลาดมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 434 ล้านล้านบาท) ทำหน้าที่เป็น ‘เงินสดในระบบ’ และถูกใช้งานในการชำระเงินอย่างจริงจัง ทั้งจากธนาคารและบริษัทฟินเทคที่เริ่มทยอยยอมรับ

Fire Hustle ยังกล่าวถึง ‘การโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง’ (Tokenization of Real World Assets – RWA) เช่น อสังหาริมทรัพย์, พันธบัตร หรือหุ้นนอกตลาด ที่เขาคาดว่าจะเป็นตลาดขนาด ‘หลายล้านล้านดอลลาร์’ ในอีกสิบปีข้างหน้า และจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัล

หนึ่งในแนวโน้มที่น่าสนใจที่สุดคือการใช้ ‘โมเดลวิเคราะห์แบบไวคอฟ (Wyckoff)’ ซึ่ง Fire Hustle ระบุว่าตอนนี้บิตคอยน์เข้าสู่ ‘เฟส C’ หรือ ‘การปรับฐานเพื่อกำจัดนักลงทุนระยะสั้น’ ซึ่งอยู่ในช่วงสะสม (Accumulation Phase) โดยมีโอกาสเกิด ‘Spring’ คือการหลุดแนวรับสำคัญชั่วคราว ก่อนจะพลิกตัวเข้าสู่รอบขาขึ้นอย่างรุนแรง

เขายังเสนอ 2 ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หนึ่งคือ บิตคอยน์ฟื้นตัวจากข่าวเชิงบวกอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ อีกหนึ่งคือ มีการเทขายโดยแรงกลัวครั้งสุดท้าย ก่อนที่ตลาดจะสะอาดและเข้าสู่กระแสรอบใหม่ที่แข็งแรงขึ้น

"แต่ความเสี่ยงยังไม่หมด" เขาเตือน พร้อมระบุว่า หากสภาพเศรษฐกิจโลกซบเซา การหดตัวของสภาพคล่อง, ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือเงินเฟ้อเกินคาด กลับมาถ่วงการเติบโตอีกครั้ง โดยเฉพาะถ้าบิตคอยน์เริ่มเคลื่อนไหวสวนทางกับวัฏจักรสภาพคล่อง อาจทำให้ช่วงขาลงยืดเยื้อเกินคาด

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์รายนี้ยังแสดงความมั่นใจต่อโครงสร้างพื้นฐานของตลาดในรอบนี้ โดยกล่าวว่า "ตลาดอาจมีการสะดุด แต่ปัจจัยพื้นฐานดีกว่าทุกวัฏจักรที่ผ่านมา" ไม่ว่าจะเป็น ‘สเตเบิลคอยน์ที่มีสภาพคล่องสูง’, ‘การเตรียมพร้อมของรัฐบาลต่อกฎหมายคริปโต’, ‘ระบบโทเค็นของพันธบัตรรัฐบาล’ และ ‘การเข้าไปรวมตัวในพอร์ตลงทุนระยะยาว’

เขาแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ ‘แบ่งซื้อเฉลี่ยต้นทุน’ โดยเน้นว่าการสะสมในช่วงตลาดผันผวนจะสามารถนำพาเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว

ท้ายที่สุด แม้อาจมีการ ‘ล้างพอร์ต’ (Flush-out) อีกระลอกหนึ่งในตลาดคริปโต แต่ Fire Hustle ชี้ว่าทุนและโครงสร้างในอุตสาหกรรมนี้ในเวลานี้แข็งแกร่งกว่าครั้งไหนๆ โดยสรุปว่า "แม้จะช้าลง แต่ทิศทางยังชัดเจน—ตลาดกำลังไปข้างหน้า"

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1