คณะกรรมาธิการยุโรปเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายกับ 12 ประเทศสมาชิก หลังพบว่ายังไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีคริปโตอย่างครบถ้วน โดยกำหนดให้ประเทศที่ได้รับแจ้งต้องตอบกลับภายในเวลา 2 เดือน ไม่เช่นนั้นอาจเผชิญมาตรการลงโทษเพิ่มเติม เช่น การออกแถลงการณ์แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการจาก EU
เมื่อวันที่ 26 (เวลาท้องถิ่น) คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผย “แพ็กเกจการละเมิดกฎระเบียบประจำเดือนมกราคม” โดยระบุว่า 12 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม, บัลแกเรีย, เช็ก, เอสโตเนีย, กรีซ, สเปน, ไซปรัส, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์ และโปรตุเกส ยังไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับ ‘ความโปร่งใสด้านภาษีและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของสินทรัพย์ดิจิทัล’ อย่างสมบูรณ์
ข้อกำหนดดังกล่าวพัฒนามาจากแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ(OECD) ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรายงานข้อมูลผู้ใช้และรายละเอียดธุรกรรม เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี, ฉ้อโกงทางภาษี และการฟอกเงิน
ในรายงานเดียวกันนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้ออกจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการไปยังฮังการี หลังพบว่าการบังคับใช้กฎหมายด้านบริการตรวจสอบธุรกรรมคริปโตอาจละเมิดกรอบกฎหมาย MiCA โดยบางผู้ให้บริการตัดสินใจระงับหรือจำกัดบริการ เพื่อรอความชัดเจนในระดับกฎหมาย EU คณะกรรมาธิการระบุว่า "แม้เจตนาจะมุ่งเน้นไปที่การเสริมมาตรการป้องกันการฟอกเงิน แต่นโยบายของฮังการีก็ต้องสอดคล้องกับกรอบกฎระเบียบ MiCA"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่กฎหมาย MiCA (Markets in Crypto Assets) จะมีผลบังคับใช้อย่างครบถ้วน โดย EU ได้ประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบการคริปโตที่เริ่มดำเนินการก่อนเดือนธันวาคม 2024 ต้องบรรลุข้อกำหนดภายในวันที่ 1 กรกฎาคมปีนี้
กฎหมาย MiCA ถือเป็นกฎหมายคริปโตฉบับแรกของยุโรปที่มีความครอบคลุมทั่วทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่การจดทะเบียน ออกเหรียญ หมุนเวียน ไปจนถึงการบริหารจัดการสกุลเงินดิจิทัล มุ่งเน้นความโปร่งใสของตลาด ความคุ้มครองผู้บริโภค และเสริมสร้างเสถียรภาพด้านการเงิน
ความคิดเห็น: ความพยายามของ EU ในครั้งนี้สะท้อนถึงการสร้างมาตรฐานระดับภูมิภาคเพื่อควบคุมคริปโตอย่างเป็นระบบ แม้อาจยังพบอุปสรรคด้านความพร้อมของแต่ละประเทศ รวมถึงความแตกต่างของบริบททางกฎหมายและเศรษฐกิจ แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการส่งสัญญาณว่ายุโรปกำลังจริงจังกับการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล
ความคิดเห็น 0