**DePIN เติบโตแตะระดับ 14.5 แสนล้านบาท แต่มูลค่าโทเคนกลับไม่ขยับตาม**
เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายอำนาจ หรือ *DePIN* ก้าวข้ามช่วงทดลองอย่างเป็นทางการ เข้าสู่เฟสใหม่ของการเติบโต โดยผลิตรายได้จริงจากการใช้งาน แม้รายได้ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงศักยภาพทางธุรกิจ แต่ราคาของโทเคนในโครงการจำนวนมากกลับสวนทาง จากรายงาน “DePIN 2025” โดย Messari เมื่อวันที่ 24 ระบุว่า แม้รายได้สุทธิบนเครือข่ายจะสูงถึง 72 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.04 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025 แต่ราคาของโทเคนกลับไม่สะท้อนการเติบโตดังกล่าว
ตัวเลขจากรายงานแสดงให้เห็นว่ามูลค่าตลาดของ DePIN ยืนที่ราว 10,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 14.5 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นหลักฐานว่าตลาดนี้กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ก่อรายได้จริง *ความคิดเห็น* Messari ระบุว่า “DePIN ไม่ใช่แค่แนวคิดอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็นธุรกิจจริงที่สร้างรายได้ แม้ในช่วงตลาดหมี บางโครงการยังทำกำไรได้ดีจนเหนือกว่า DeFi และเลเยอร์ 1 หลายราย”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักในตอนนี้คือ ‘ช่องว่างของราคาโทเคน’ ที่ถ่างออก แม้รายได้จากการใช้งานจะเพิ่มขึ้น แต่โทเคนส่วนใหญ่กลับอ่อนตัวในปี 2025 ยกเว้นโครงการที่มีกรณีใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น โทเคนของบางโปรเจกต์มีมูลค่าคิดเป็นเพียง 10–25 เท่าของรายได้ประจำปี ซึ่งห่างไกลจากการประเมินราคาในปี 2021 ที่สูงถึง 1,000 เท่าของรายได้ *ความคิดเห็น* แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากตลาดการเก็งกำไรมาสู่การประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน
**DePIN แบ่งเป็นคอมพิวต์ แบนด์วิดท์ และพลังงาน – แข่งขันกันในแต่ละแนวตั้ง**
ผู้เล่นในอุตสาหกรรม DePIN แบ่งออกเป็นสามหมวดหลัก ได้แก่ ‘คอมพิวต์’, ‘แบนด์วิดท์’ และ ‘พลังงาน’ โดยแต่ละกลุ่มมีโครงสร้างการแข่งขันที่แตกต่างกัน กลุ่มคอมพิวต์มีโครงการมากกว่า 50 ราย ทำให้เป็นตลาดที่มีการแย่งชิงสูง และมีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดต่ำ ในทางกลับกัน กลุ่มแบนด์วิดท์มีข้อจำกัดด้านการขยายตัว ทำให้เกิดข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่มากกว่า ขณะที่กลุ่มพลังงานต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูง แต่สามารถทำกำไรระยะยาวได้มั่นคง
Messari ยังเสนอแนวทางเติบโตที่ยั่งยืน 3 แนวทาง ได้แก่ หนึ่ง *InfraFi* หรือการระดมทุนโครงสร้างพื้นฐานผ่านการเงินแบบกระจายอำนาจ ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากมูลค่าสภาพคล่องของสเตเบิลคอยน์ที่สูงถึง 175,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 25.4 ล้านล้านบาท) สอง โมเดลทำเงินรวดเร็วผ่านโครงสร้างต้นทุนต่ำ และสาม การอาศัยทุนเก็งกำไรจากตลาดขาขึ้น แต่ *ความคิดเห็น* InfraFi ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องรับความเสี่ยงจากทั้งเครดิต จังหวะตลาด และข้อกำหนดด้านกฎหมาย
**สถาบันการเงินเร่งลงทุน ขณะโทเคนยังซึม**
แม้ราคาของโทเคน DePIN จะยังอยู่ในภาวะอ่อนตัว แต่กระแสเงินทุนจากนักลงทุนรายใหญ่โดยเฉพาะสาย *VC* ยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รายงานของ Messari ระบุว่า ในปี 2025 การระดมทุนของ DePIN ในรอบ Seed และ Series A รวมแล้วแตะระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.45 แสนล้านบาท) โดยเน้นไปที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานทั้งในภาคคอมพิวต์และพลังงาน *ความคิดเห็น* ชี้ว่ากลุ่มลงทุนเหล่านี้กำลังประเมินศักยภาพระยะยาวของ DePIN และพร้อมลงมือ 'เร็วกว่าตลาด'
นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า DePIN อาจกลายเป็นจุดเชื่อมระหว่าง *เทคโนโลยีบล็อกเชน* และ *โครงสร้างพื้นฐานในโลกจริง* โดยเครือข่ายแบบกระจายอำนาจที่ใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะในด้านอินเทอร์เน็ต พลังงาน หรือการประมวลผล สามารถสร้างรายได้จริง ซึ่งจะกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกดิจิทัลและเศรษฐกิจจริง
แม้ DePIN จะยังเป็นแนวคิดใหม่ในวงกว้าง แต่ในระยะยาวอาจกลายเป็น ‘สินทรัพย์ลงทุนแบบโทเคน’ ที่มีพื้นฐานมั่นคง หากรายได้มั่นคงและแนวทางการกำกับดูแลชัดเจนขึ้น โอกาสในการดึงดูดเงินลงทุนระดับสถาบันก็มีสูงเช่นกัน
ความคิดเห็น 0