**ซีอีโอ OKX ชี้ ‘แคมเปญ USDe ผลตอบแทนสูง’ ตัวการซ่อนเร้นในวิกฤตตลาดคริปโตเดือนตุลาคม**
สตาร์ ซู ผู้บริหารสูงสุดของ OKX ออกมาแสดงความเห็นอย่างเผ็ดร้อนต่อเหตุการณ์ตลาดคริปโตทรุดตัวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าหนึ่งในต้นตอหลักคือ *“แคมเปญยั่วยุผลตอบแทนสูงที่ใช้เหรียญ USDe เป็นฐาน”* ซึ่งเขามองว่าไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ แต่เป็น “ผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากโครงสร้างเลเวอเรจสุดโต่ง”
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ ซูเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจาก “การตลาดที่ไร้ความรับผิดชอบ” ของบางบริษัทในอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตทันทีในวงกว้างมูลค่ากว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 27.5 ล้านล้านวอน) ภายใน 24 ชั่วโมง และส่งผลกระทบต่อเทรดเดอร์กว่า 1.6 ล้านคน *“โครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังวันนั้น หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมประเมินว่า สถานการณ์นี้รุนแรงกว่าการล่มสลายของ FTX เสียอีก”* ซูกล่าว
OKX พุ่งเป้าไปยังบริการที่โปรโมตรายได้ 20-70% ผ่านระบบนิเวศของ USDe ซึ่งทำให้ผู้ใช้มองว่าเหรียญนี้มี *‘ความเสี่ยงเดียวกัน'* กับสเตเบิลคอยน์ยอดนิยมอย่าง เทเธอร์(USDT) และ USDคอยน์(USDC) ซูอธิบายว่า *“ผู้ใช้นำ USDT และ USDC ไปเปลี่ยนเป็น USDe แล้วนำไปค้ำประกันเพื่อกู้เงินต่อ กลายเป็น ‘ลูปเลเวอเรจ’ ไม่มีที่สิ้นสุด”*
เขาชี้ว่า USDe มีความเสี่ยงในระดับ ‘เฮดจ์ฟันด์’ ต่างจากสินทรัพย์ที่ดูปลอดภัยเช่น BUIDL ของแบล็คร็อก และ BENJI ของแฟรงคลิน เทมเพิลตัน *“แต่ USDe กลับถูกนำไปใช้ราวกับเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งท้ายที่สุดกลับยิ่งสร้างความปั่นป่วนแก่ตลาด”* เขากล่าว
เกี่ยวกับวันเกิดเหตุโดยตรง ซูเผยว่า เมื่อ USDe หลุดการตรึงค่าเกิดการ *‘ล้างพอร์ตลูกโซ่’* ในหลายแพลตฟอร์ม ราคาสินทรัพย์อย่าง WETH และ BNSOL ดิ่งลง ด้วยเหตุจากระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่ตอบสนองไม่ทัน ส่งผลให้บางโทเคนราคาร่วงใกล้ศูนย์ในเวลาไม่กี่นาที
แม้ OKX เองก็ได้รับผลกระทบ ซูยืนยันว่า *“บทความนี้เขียนขึ้นไม่ใช่เพื่อโยนความผิด แต่เพื่อกระตุ้นการสนทนาอันจำเป็นในการสร้างตลาดที่ยั่งยืน”* อย่างไรก็ดี เขาเน้นว่า *“เนื่องด้วยความสำคัญของไบแนนซ์ในฐานะแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่สุด บริษัทไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในภาวะตลาดนี้ได้โดยสิ้นเชิง”*
**“แรงกระแทกจากนโยบายทรัมป์จุดชนวนวิกฤต ท่ามกลางสถานการณ์เลเวอเรจสูง”**
การทรุดตัวของตลาดยังเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีน 100% จุดกระแส *“แพนิกเซลล์”* ทั่วโลกในทันที ในขณะนั้นสภาวะตลาดคริปโตเต็มไปด้วยเลเวอเรจสูง และผู้ดูแลสภาพคล่องหลายรายเริ่มถอนเงินออกจากตลาด ทำให้ความเปราะบางพุ่งแตะจุดสูงสุด
รายงานจากไบแนนซ์เผยสาเหตุหลักของความผันผวนครั้งนี้มาจาก *‘แรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค เลเวอเรจสะสมสูง การขาดสภาพคล่อง และคอขวดบนเครือข่ายอีเธอเรียม’* อย่างไรก็ตาม ระบบของไบแนนซ์กลับมาทำงานตามปกติในเวลาต่อมา และบริษัทได้ชดเชยความเสียหายให้ผู้ใช้บางรายแล้ว
แคธี วูด(Cathie Wood) ซีอีโอของ ARK Invest แสดงความคิดเห็นผ่านทาง FOX Business ว่า *“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่องจากความไม่มั่นคงในตลาด”* พร้อมระบุถึง *ปัญหาภายในบางอย่างในระบบของไบแนนซ์* ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน
ซูยังเคยวิจารณ์ว่า มีบางแพลตฟอร์มนำเหรียญคุณภาพต่ำมาทำตลาดราวกับเป็น ‘แชร์ลูกโซ่’ โดยไม่ใส่ใจต่อผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน
**ตลาดยังวุ่นวาย ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างเป็นประเด็นหลีกเลี่ยงไม่ได้**
แม้วันนี้จะผ่านพ้นวิกฤตไปแล้ว แต่บรรยากาศในตลาดยังเต็มไปด้วยความระแวดระวังต่อ *‘ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง (structural risks)’* การออกมาเปิดโปงของ OKX อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการทบทวนตัวเองในอุตสาหกรรม
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า หากตลาดคริปโตต้องการยกระดับขึ้นสู่การเป็นตลาดการเงินที่แข็งแกร่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดพื้นที่ให้ถกเถียงเรื่องรากเหง้าของความเปราะบางโดยไม่ปกปิด OKX จึงอาจไม่ได้เพียงแค่ ‘ตำหนิ’ แต่สร้างพื้นที่สำคัญให้กับความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของตลาดคริปโต.
ความคิดเห็น 0