ธนาคารดิจิทัลรายใหญ่ของลาตินอเมริกาอย่างนูแบงก์(Nu) ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานควบคุมการเงินของสหรัฐฯ (OCC) ให้จัดตั้งธนาคารในสหรัฐฯ ภายใต้เงื่อนไขบางประการ โดยมีแผนขยายธุรกิจไปยังจุดยุทธศาสตร์ เช่น ไมอามี ซานฟรานซิสโก เวอร์จิเนียตอนเหนือ และนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการเข้าสู่ตลาดธนาคารของสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 29 มกราคม (เวลาท้องถิ่น) นูแบงก์เผยแพร่ผ่านบล็อกทางการว่า ได้จัดตั้งบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ในนาม ‘นูแบงก์ N.A. (Nubank N.A.)’ พร้อมระบุว่าได้รับการรับรองแบบมีเงื่อนไขให้ให้บริการด้านบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต สินเชื่อ และการรับฝากทรัพย์สินดิจิทัล ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น โดยธนาคารยังต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านการบริหารความเสี่ยง ระบบการปฏิบัติตามกฎและธรรมาภิบาล
เพื่อดำเนินธุรกิจได้จริง นูแบงก์ยังต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานอื่นๆ ของสหรัฐฯ เช่น คณะกรรมการประกันเงินฝากของรัฐบาลกลาง (FDIC) และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) พร้อมทั้งต้องจัดหาเงินทุนเริ่มต้นภายใน 12 เดือน และเริ่มดำเนินธุรกิจจริงภายในระยะเวลา 18 เดือนนับจากนี้
เดวิด เบเลซ(David Vélez) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของนูโฮลดิงส์(Nu Holdings) แสดงความเชื่อมั่นว่า การได้รับอนุมัตินี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า "โมเดลธนาคารที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลคืออนาคตของการเงินทั่วโลก" พร้อมระบุว่าแม้นูแบงก์ยังคงโฟกัสในตลาดหลักอย่างบราซิล เม็กซิโก และโคลอมเบีย แต่ก็เตรียมสร้างระบบการเงินยุคใหม่ผ่านการขยายสู่ตลาดสหรัฐฯ
สำหรับนูแบงก์ N.A. จะบริหารโดยผู้ร่วมก่อตั้งคริสตินา ฮุนเกรา(Cristina Junqueira) โดยมีโรแบร์โต แคมปอส(Roberto Campos) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางบราซิลเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร
การเดินหน้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ของนูแบงก์ครั้งนี้ถือว่าน่าจับตา เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่กรณีที่บริษัทฟินเทคได้รับการอนุมัติให้ดำเนินบริการด้านทรัพย์สินดิจิทัลและบริการทางการเงินแบบดั้งเดียมภายใต้การกำกับดูแลแบบเดียวกัน ท่ามกลางกระแสความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมสินทรัพย์ดิจิทัลของประธานาธิบดีทรัมป์ หากได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงถูกมองว่าส่งสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของคริปโตทั่วโลกอยู่ที่ราว 2.84 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,122 ล้านล้านวอน) ลดลงเล็กน้อยที่ 0.84% เมื่อเทียบกับวันก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรายวันอยู่ที่ประมาณ 172.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 250 ล้านล้านวอน) ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมาย ‘Clarity Act’ ซึ่งเป็นความพยายามในการสร้างกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน โดยมีการผลักดันความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์(SEC) และ คณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า(CFTC) เพิ่มขึ้น
การก้าวเข้าสู่ตลาดของนูแบงก์ในครั้งนี้มีแนวโน้มเร่งให้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเงินดิจิทัลในสหรัฐฯ ดำเนินไปเร็วยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทั้งต่อรูปแบบการหารายได้และการเข้าถึงลูกค้าของภาคการเงินดั้งเดิม ความเคลื่อนไหวของนูแบงก์จึงอาจกลายเป็นแบบอย่างสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทั้งระบบธนาคารเก่าและอุตสาหกรรมคริปโตในอนาคต
ความคิดเห็น 0