**Coinbase วิจารณ์ธนาคารออสเตรเลีย ไล่ปิดทางคริปโต ขณะ ‘แม็กซี่โดจ’ ระดมทุนทะลุ 4.5 ล้านดอลลาร์**
เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น สื่อในต่างประเทศรายงานว่า บริษัท Coinbase แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ได้ออกมา *วิจารณ์ธนาคารออสเตรเลีย* อย่างเปิดเผย โดยกล่าวหาว่ากำลังกำหนดกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมต่ออุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งส่งผลให้ผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศต้องเผชิญความลำบากในการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไร้คำอธิบายที่ชัดเจน
จากการเปิดเผยของ Coinbase ธนาคารในออสเตรเลียบางแห่งได้ดำเนินการ ‘ดีแบงกิง (de-banking)’ โดยการสกัดกั้นหรือจำกัดการโอนเงินไปยังแพลตฟอร์มคริปโต โดยอ้างเหตุผลด้าน ‘การป้องกันการฉ้อโกง’ ทั้งที่ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในวงการ นี่อาจเป็น *มาตรการต่อต้านการแข่งขัน* และสะท้อนภาพของการพยายามควบคุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าการคุ้มครองผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม มาตรการที่มีลักษณะกึ่งควบคุมกลับเป็นแรงผลักดันต่อความต้องการ *สินทรัพย์แบบออนเชน* เพิ่มขึ้น สินทรัพย์ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องขึ้นกับธนาคารหรือองค์กรกลาง กลายเป็นทางเลือกใหม่โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนสูง
หนึ่งในโครงการที่ได้รับประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงนี้คือ *แม็กซี่โดจ(MAXI)* โทเคนสายมส์ที่เพิ่งระดมทุนได้มากกว่า 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 65.2 ล้านบาท ผ่านการขายล่วงหน้า โดยมีจุดเด่นที่รวม ‘วัฒนธรรมความอึด’ เข้ากับความเป็นไปได้ของผลตอบแทนแบบถล่มทลาย
*แม็กซี่โดจ* ดึงแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมฟิตเนส โดยนำเสนอภาพสัญลักษณ์ ‘หมาหนัก 240 ปอนด์’ ที่สะท้อนพลัง ความอดทน และเป้าหมายกำไรแบบ *เร่งเร้า* โครงการมุ่งเป้านักลงทุนรายย่อยที่มีเงินทุนน้อยแต่ต้องการผลตอบแทนสูง ซึ่งตัดกับระบบการเงินดั้งเดิมที่มักกีดกันผู้เล่นรายเล็ก
โครงการนี้ไม่เพียงแต่เน้นรุกด้านการตลาด แต่ยังเสนอ *ระบบการแข่งขันผลตอบแทน* สำหรับผู้ถือเหรียญ และมี ‘แม็กซี่ฟันด์’ สำหรับบริหารสภาพคล่องที่ดำเนินงานโดยทีมงานโดยเฉพาะ กลยุทธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการวางสายอายุของเหรียญให้ยืนยาว เหนือกว่าการเป็นเพียงกระแสระยะสั้นแบบมีมโทเคนทั่วไป
ความตื่นตัวต่อแม็กซี่โดจยังแสดงออกผ่านกิจกรรมของ *กระเป๋าวาฬ (Whale wallet)* ที่มีการซื้อขายเหรียญในปริมาณมาก จากข้อมูลของ Etherscan พบว่าเพียงวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา มีรายการซื้อขายรายเดียวมูลค่ากว่า 251,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.64 ล้านบาท และเมื่อรวมทั้งหมดจากกระเป๋าวาฬหลายใบ ตัวเลขพุ่งถึง 503,000 ดอลลาร์
ตามข้อมูลในหน้าเพจการขายล่วงหน้า *แม็กซี่โดจระดมทุนไปแล้วทั้งหมดกว่า 4.5 ล้านดอลลาร์* และอยู่ระหว่างรอลิสต์เข้าสู่ตลาดซื้อขายทั่วไป ขณะนี้โทเคนมีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 0.0002802 ดอลลาร์ ซึ่งยังอยู่ใน ‘เฟสตั้งต้น’ ของโครงการ และยังเปิดโอกาสให้มีกระแสการไหลเข้าของผู้ลงทุนต่อไปอีก
ผู้ถือโทเคนสามารถรับรางวัลรายวันจาก *ระบบสเตกกิงแบบอัตราดอกเบี้ยผันแปร (APY)* ซึ่งทำงานผ่านสมาร์ตคอนแทรกต์ ส่งเสริมให้ผู้ลงทุนถือครองในระยะยาว ลดแรงจูงใจในการ “ปั๊มแล้วทิ้ง” และสร้างการเติบโตอย่างมีโครงสร้างที่ยั่งยืน
มุมมองจากกรณีของแม็กซี่โดจและ Coinbase ทำให้เห็นภาพชัดว่า การควบคุมจากศูนย์กลางกำลังผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาทางเลือกใหม่ที่มีอิสรภาพมากขึ้น คำวิจารณ์ของ Coinbase สอดคล้องกับทิศทางที่ตลาดกำลังมุ่งหน้าไป โดยเฉพาะ *คริปโตที่เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมในตัวเอง* ไม่ได้อิงแค่ความตลกแบบมีม แต่กลายเป็น ‘แนวคิดทางการเงิน’ ที่บางส่วนของสังคมพร้อมยอมรับ
*ความคิดเห็น:* แม็กซี่โดจอาจเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของแนวโน้มใหม่ในวงการคริปโต ที่เน้นคุณค่าเชิงวัฒนธรรม การใช้งานบนออนเชน และการลดการพึ่งพาสถาบันแบบเดิม ท่ามกลางการควบคุมที่ยังไม่แน่นอนในหลายประเทศ บรรดาโทเคนที่สร้างความเชื่อมโยงเชิงอารมณ์และมีระบบแรงจูงใจชัดเจน อาจกลายเป็นเสาหลักระลอกใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต.
ความคิดเห็น 0