บริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของสหรัฐอย่าง *ฟิเดลิตี อินเวสต์เมนต์* เปิดตัว *ฟิเดลิตี ดิจิทัล ดอลลาร์(FIDD)* ซึ่งเป็น ‘สเตเบิลคอยน์’ ตัวแรกของบริษัท ขยับเข้าสู่ตลาดการชำระเงินและการชำระบัญชีแบบ *ออนเชน* อย่างจริงจัง ท่ามกลางบรรยากาศที่เอื้ออำนวยจากกฎหมาย *GENIUS* ฉบับล่าสุดที่เพิ่งผ่านการพิจารณาในสภาคองเกรสของสหรัฐ
FIDD พัฒนาโดย *ฟิเดลิตี ดิจิทัล แอสเส็ต* ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ออกเหรียญ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ *ดอลลาร์สหรัฐ* และรองรับการใช้งานทั้งภาคประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน จุดเด่นของ FIDD คือการผสมผสานระหว่าง *ศักยภาพของบล็อกเชน* กับ *ความมั่นคงของดอลลาร์* เพื่อสร้างช่องทางการชำระเงินแบบออนเชนที่มีความเชื่อถือและสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
ปัจจุบัน มูลค่ารวมของตลาดสเตเบิลคอยน์อยู่ที่กว่า 316,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ *461 ล้านล้านวอน* ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของรูปแบบสินทรัพย์ดังกล่าว
ไมค์ โอไรลี ประธานฟิเดลิตี ดิจิทัล แอสเส็ต กล่าวย้ำว่า “*สเตเบิลคอยน์คือรากฐานสำคัญของระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล*” พร้อมระบุว่า ฟิเดลิตีนั้นมีโครงสร้างพื้นฐานระดับสถาบันและระบบจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถให้บริการดิจิทัลดอลลาร์ที่ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
FIDD ได้รับการสนับสนุนด้วยสินทรัพย์ *สภาพคล่องสูง* อาทิ เงินสดในบัญชีที่ธนาคารนิวยอร์กเมลลอน และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยมีการอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยน FIDD กับดอลลาร์สหรัฐในอัตรา *1:1* ผ่านแพลตฟอร์มของฟิเดลิตี และสามารถทำธุรกรรมบน *เครือข่ายอีเธอเรียม(ETH)* ได้ด้วย นอกจากนี้ ข้อมูลมูลค่าสินทรัพย์และเงินสำรองจะถูกเปิดเผยทุกวัน พร้อมกับการตรวจสอบรายเดือนโดย *พรไวซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส(PwC)* และปฏิบัติตามมาตรฐานของสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งสหรัฐ(AICPA)
ฟิเดลิตีระบุด้วยว่า “การออกกฎหมาย GENIUS ส่งผลให้เกิดความชัดเจนด้านกฎระเบียบในการให้บริการสเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน สร้างความเป็นไปได้ที่บริษัทในสหรัฐจะสามารถออกเหรียญดิจิทัลดอลลาร์ของตนเองได้” โดยในฐานะที่บริษัทได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ปี 2014 ครอบคลุมการรับฝากซื้อขาย วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ FIDD นั้นจึงเป็น *พัฒนาการต่อเนื่อง* จากความพยายามที่ผ่านมา
การเปิดตัว FIDD ถือเป็นก้าวสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึง *การขยายบทบาทของสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมสู่โลกบล็อกเชน* และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาด ซึ่ง ‘ความคิดเห็น’ คือการสลายเส้นแบ่งระหว่าง *คริปโตเคอเรนซี* กับ *การเงินกระแสหลัก* อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0