โทเคนความเป็นส่วนตัว ‘ซามา(ZAMA)’ พลิกฟื้น 19% หลังเปิดตัว แม้เจอแรงขายหนัก สะท้อนความต้องการเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นในยุคข้อมูลเปิดกว้าง โดยมูลค่าตลาดฟื้นกลับแตะ 950 ล้านบาทอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ราคาของโทเคนซามาทะยานขึ้นกว่า 19% จากระดับต่ำสุดในรอบสัปดาห์ที่ 0.0262 ดอลลาร์ (ราว 38 บาท) มาอยู่ที่ราว 0.03 ดอลลาร์ (กว่า 44 บาท) แม้ยังต่ำกว่าราคาสูงสุดช่วงเปิดตัวที่ 0.041 ดอลลาร์ (ราว 60 บาท) เกือบ 37% แต่ถือเป็นการฟื้นตัวรอบแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าตลาดกลับมาอยู่ที่ราว 68 ล้านดอลลาร์ หรือราว 993 ล้านบาท
โครงการซามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความเป็นส่วนตัวที่มุ่งรักษาความลับของข้อมูลบนบล็อกเชน โดยออกแบบให้สามารถใช้งาน *สมาร์ตคอนแทรกต์แบบไม่เปิดเผยข้อมูล(Confidential Smart Contract)* บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) และเชนเลเยอร์ 2 ได้ ตัวโทเคนถูกใช้สำหรับจ่ายค่าธรรมเนียมและการสเตกกิง (Staking) แทนที่จะมีบล็อกเชนของตัวเอง ซามาเลือกให้บริการเป็น ‘เลเยอร์ความเป็นส่วนตัว’ บนเชนสาธารณะที่มีอยู่แล้ว
หัวใจของเทคโนโลยีซามาคือ *การเข้ารหัสแบบ Fully Homomorphic Encryption (FHE)* ที่ช่วยให้ข้อมูลอย่างประวัติธุรกรรม, ทรัพย์สิน และกลยุทธ์การเทรดสามารถถูกใช้ในสมาร์ตคอนแทรกต์ได้โดยไม่ต้องเปิดเผย แม้ในระหว่างประมวลผล ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้สมดุลกับความโปร่งใสของบล็อกเชน โดยซามายังระบุว่าเป็นรายแรกที่นำ FHE มาใช้จริงบนเครือข่ายอีเธอเรียมเมนเน็ต
การเปิดขายโทเคนของซามาถูกจัดผ่านการประมูลบนเชนที่แพลตฟอร์ม CoinList โดยได้รับการประเมินมูลค่าตลาดแบบ Fully Diluted มูลค่า 55 ล้านดอลลาร์ (ราว 803 ล้านบาท) และสามารถระดมทุนจากนักลงทุนชื่อดังอย่าง Multicoin Capital และ Pantera Capital ได้ระหว่าง 130 ล้านถึง 184 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,899 ถึง 2,687 ล้านบาทตามลำดับ)
ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวอย่าง FHE กำลังกลายเป็น *เทรนด์โครงสร้างพื้นฐานใหม่ในปี 2026* เมื่อแนวโน้มการติดตามธุรกรรมและระบุตัวตนของเจ้าของกระเป๋าเงินเริ่มได้รับความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกอย่างจริงจัง ความต้องการโซลูชันเพื่อความเป็นส่วนตัวจึงไม่ใช่แค่ ‘ทางเลือก’ แต่กลายเป็น ‘ความจำเป็น’
จากรายงานฉบับล่าสุดของ Andreessen Horowitz (a16z) ระบุว่า “เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวจะกลายเป็นส่วนสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชนในอนาคต” ซึ่งยิ่งตอกย้ำทิศทางที่ซามากำลังมุ่งหน้าไป
*ความคิดเห็น* : การฟื้นตัวของซามาอาจเป็นสัญญาณแรกของการตื่นตัวในหมู่นักลงทุนต่อโปรเจกต์ที่เน้น ‘การใช้งานจริง’ ของความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะในโลกไฟแนนซ์ไร้ตัวกลาง(DeFi) และ NFT ที่มีข้อมูลส่วนตัวเป็นศูนย์กลาง
กรณีของซามาอาจกลายเป็นแม่แบบให้โครงการอื่น ๆ ที่เน้นความปลอดภัยและใช้งานง่าย ตัวอย่างที่สะท้อนว่าความมั่นคงทางเทคนิคและการออกแบบเชิงผู้ใช้สามารถช่วยให้เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวก้าวสู่การเป็นโครงสร้างหลักของบล็อกเชนในปี 2026 ได้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0