โครงการดีไฟ ‘WLFI’ ที่เชื่อมโยงกับลูกชายของทรัมป์ ขายบิตคอยน์กว่า 170 BTC เพื่อชำระหนี้
ท่ามกลางภาวะตลาดคริปโตในสหรัฐที่เข้าสู่ช่วงปรับฐานรุนแรง ‘เวิลด์ ลิเบอร์ตี ไฟแนนเชียล’ (World Liberty Financial: WLFI) โครงการดีไฟที่มีความเชื่อมโยงกับสมาชิกในครอบครัวของทรัมป์ กำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่อง และได้ดำเนินการ *ขายบิตคอยน์(BTC)* จำนวนมากเพื่อลดภาระหนี้สิน
อ้างอิงจากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์คริปโต อะคัม อินเทลลิเจนซ์ เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) กระเป๋าดิจิทัลของ WLFI ได้ *ขายบิตคอยน์(BTC)* จำนวนประมาณ 170 BTC คิดเป็นมูลค่าตลาดราว 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 161.6 ล้านบาท เพื่อชำระเงินกู้ที่เป็นหนี้อยู่บนแพลตฟอร์ม เอฟฟ์(AAVE) การขายนี้เป็นมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกบังคับชำระหนี้ (forced liquidation) ซึ่งจำเป็นต้องทำท่ามกลางราคาที่ร่วงหนักของตลาดคริปโต
*WLFI ร่วง 65% จากราคาตั้งต้น การเมืองกดดันนักลงทุน*
จากข้อมูลของ CoinGecko ณ วันเดียวกัน ราคาของโทเคน WLFI ได้ร่วงลง 14% มาอยู่ที่ 0.115 ดอลลาร์ หรือประมาณ 169 บาท ลดลงจากราคาตั้งต้นที่ 0.23 ดอลลาร์ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว หรือประมาณ 338 บาท นับเป็นการดิ่งลงมากกว่า 65% โดยที่มูลค่าตลาดจากเดิมที่สูงถึง 6.6 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 9.7 แสนล้านบาท ได้หดเหลือเพียงไม่ถึงครึ่ง
โครงการ WLFI ได้รับความสนใจตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากมีรายงานเชื่อมโยงกับครอบครัวของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ในเวลาต่อมากลับต้องเผชิญข้อกังขาเกี่ยวกับความโปร่งใส ทั้งด้านโครงสร้างการดำเนินงานและแหล่งที่มาของทุน นอกจากนี้ สภาวะตลาดขาลงและปัญหาสภาพคล่องยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของโครงการ
*สหรัฐเริ่มสอบ ‘ทุนจาก UAE’ กว่า 5,000 ล้านบาท ความเสี่ยงทางการเมืองยังพุ่ง*
ในวันเดียวกัน โร คานนา(Ro Khanna) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเดโมแครตเปิดเผยว่า ได้เริ่ม *สอบสวนการระดมทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์* (UAE) มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7,345 ล้านบาท ที่ WLFI เคยประกาศรับไว้ก่อนหน้านี้
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สมาชิกวุฒิสภาเอลิซาเบธ วอร์เรน และแจ็ค รีด ยังเคยเรียกร้องให้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดว่า WLFI อาจมี *ความเชื่อมโยงกับผู้ไม่หวังดีจากประเทศอย่างเกาหลีเหนือหรือรัสเซีย*
วอร์เรนยังคงเดินหน้า *ผลักดันร่างกฎหมาย GENIUS* ซึ่งมุ่งกำกับดูแลภาคดีไฟ แม้จะถูกวิจารณ์ว่าทำให้ภาพลักษณ์ของผู้ใช้งานถูกตีตราเป็น ‘มิจฉาชีพ’ ความเคลื่อนไหวด้านนโยบายเช่นนี้ เตือนให้เห็นถึงแรงกดดันเชิงการเมืองที่มุ่งเป้าไปยังโครงการดีไฟโดยตรง และกับ WLFI กลายเป็นจุดศูนย์กลางในการถูกเพ่งเล็ง
*อนาคตไม่แน่นอน ความหวังอยู่ที่การคลายข้อสงสัยด้านกฎหมาย*
แม้การขาย *บิตคอยน์(BTC)* ของ WLFI จะช่วยบรรเทาแรงกดดันระยะสั้น แต่ *ความเชื่อมั่นของตลาด* กลับยังไม่ฟื้นตัว การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์บนเชน และปัญหาสภาพคล่องล้วนเป็นสัญญาณลบ ที่อาจผลักดันให้ *นักลงทุนทยอยถอนตัว* มากขึ้น ขณะที่ราคาของโทเคน WLFI เองก็ยังมีแนวโน้มผันผวนต่อไป
นอกจากนี้ ความเชื่อมโยงกับทรัมป์ยังคงเป็น ‘ดาบสองคม’ ซึ่งอาจถูกฝ่ายตรงข้ามใช้โจมตีในเชิงการเมือง ส่งผลให้โครงการ WLFI ต้องเผชิญกับความ 'ไม่แน่นอน’ ที่ยากจะควบคุม
*ความคิดเห็น*: หากไม่สามารถคลายข้อครหาเกี่ยวกับการระดมทุนและความโปร่งใสได้อย่างชัดเจน ก็ยากที่จะฟื้นฟูความมั่นใจให้กับนักลงทุน แม้ว่าจะมีศักยภาพทางเทคนิคหรือแผนการพัฒนาในระยะยาว
ความคิดเห็น 0