ตลาดการคาดการณ์กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ทางการเงินชนิดใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหมู่นักลงทุนรายย่อยที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการลงทุนหรือป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ในโลกความจริง ซึ่งส่งผลให้ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(HYPER)’ อินฟราสตรักเจอร์ที่พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ กลายเป็นที่จับตามองในอุตสาหกรรมบล็อกเชน
บลัด เทเนฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรบินฮู้ด ได้แสดงความเห็นเมื่อไม่นานมานี้ว่า ตลาดการคาดการณ์ (event-contract trading) จะก้าวขึ้นเป็น ‘สินทรัพย์หลักกระแสหลัก’ ในไม่ช้า พร้อมชี้ว่าการเดิมพันบนเหตุการณ์จริง เช่น การเมืองหรือเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นเพียงตลาดเฉพาะทางอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ สอดคล้องกับเม็ดเงินมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มคาดการณ์ ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2024 ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นว่าตลาดต้องการ ‘การคาดการณ์ความจริงด้วยข้อมูล’ มากกว่าการพึ่งพาการวิเคราะห์จากสื่อหรือผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันไม่สามารถรองรับความต้องการที่สำคัญอย่าง ‘ความเร็ว’ และ ‘การกระจายศูนย์’ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบิตคอยน์(BTC) ที่มีรอบการสร้างบล็อกทุก 10 นาที ทำให้ไม่เหมาะกับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ ที่จำเป็นต่อการใช้งานตลาดการคาดการณ์
คำตอบของปัญหานี้คือโปรเจกต์ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(HYPER)’ ที่พัฒนาเป็นเลเยอร์ 2 โดยผสานรวมเครื่องเสมือนของโซลานา(SOL) หรือ SVM เข้ากับเครือข่ายของบิตคอยน์ ทำให้สามารถนำความปลอดภัยของบิตคอยน์มารวมเข้ากับความเร็วในการทำธุรกรรมระดับสูงที่ใกล้เคียงกับโซลานา นักพัฒนาบนเครือข่าย HYPER สามารถสร้างแอปที่ใช้ภาษารัสต์(Rust) และย้ายสินทรัพย์บิตคอยน์เข้าสู่ระบบที่ประมวลผลธุรกรรมได้หลายพันรายการต่อวินาที
การออกแบบดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งานเท่านั้น แต่ยังเปิดทางให้ระบบนิเวศการเงินบนบิตคอยน์ขยายตัวได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบริการ DeFi อย่างการแลกเปลี่ยนหรือการให้กู้ยืม ซึ่งก่อนหน้านี้ติดข้อจำกัดเรื่องความเร็วและไม่มีสมาร์ตคอนแทรกต์ HYPER จึงถูกมองว่าเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญ
ปัจจุบันตลาดก็เริ่มตอบสนองอย่างชัดเจน ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ HYPER สามารถระดมทุนผ่านการขายล่วงหน้าหรือพรีเซลได้มากถึง 31.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 458.3 พันล้านวอน) โดยพบว่ามีการเข้าซื้อจากนักลงทุนรายใหญ่หรือวาฬอย่างน้อย 3 กระเป๋าเงินในระดับสถาบัน ซึ่งแต่ละรายซื้อ HYPER เกิน 1 ล้านดอลลาร์ โดยรายหนึ่งเพียงรายเดียวซื้อถึง 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7.34 พันล้านวอน)
ราคาของโทเคน HYPER อยู่ที่ประมาณ 0.0136752 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20 บาท โดยผู้เข้าร่วมพรีเซลสามารถเริ่มสเตกโทเคนเพื่อรับสิทธิ์การกำกับดูแลได้ทันทีหลังการจัดกิจกรรมสร้างโทเคน (TGE) อีกทั้งยังมีการล็อกโทเคนจากการพรีเซลเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งช่วยลดแรงเทขายในตลาดช่วงต้น
ทั้งนักลงทุนรายย่อยที่สนใจ DeFi บนบิตคอยน์ และนักลงทุนรายใหญ่ที่มองหาผลตอบแทนสูง ต่างหลั่งไหลเข้าสู่ HYPER อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจสะท้อนถึงความกระหายในตลาดต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่อิงกับบิตคอยน์ และผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญ
ตลาดการคาดการณ์ไม่เพียงเป็นพื้นที่สำหรับการเดิมพัน แต่กำลังก้าวไปสู่การเป็น ‘สินทรัพย์โลกแห่งความจริง’ ในรูปแบบที่สามารถซื้อขายได้ตลอดเวลา ด้วยศักยภาพในการเชื่อมโยงเรื่องการเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์ นโยบายเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์รอบโลก ซึ่งตลาดเช่นนี้จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่รวดเร็ว ปลอดภัย และกระจายอำนาจ
‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(HYPER)’ จึงถูกวางตัวเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านนี้ ด้วยข้อได้เปรียบด้านสภาพคล่องของบิตคอยน์ และความเร็วของ SVM ที่ผนึกอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน เม็ดเงินการลงทุนและความเชื่อมั่นจากทั้งนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อย ยิ่งตอกย้ำว่าผู้เล่นในตลาดต่างมอง HYPER ว่าอาจเป็นเสาหลักใหม่ในยุคที่ ‘คาดการณ์’ กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกสำคัญในโลกการเงินดิจิทัล
ความคิดเห็น 0