ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเผชิญความขัดแย้งรุนแรงภายในพรรคเกี่ยวกับการเสนอชื่อ ‘เควิน วอช’ ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ แทน ‘เจอโรม พาวเวล’ ซึ่งกำลังตกเป็นเป้าสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาผู้ดำรงตำแหน่งคนใหม่เต็มไปด้วยแรงกดดันและความไม่แน่นอนทางการเมือง
เมื่อวันที่ 30 (เวลาท้องถิ่น) ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุให้เควิน วอชเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่ โดยกระตุ้นให้วุฒิสภาเริ่มกระบวนการไต่สวนผ่านคณะกรรมาธิการธนาคาร อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวนี้กลับเผชิญแรงต้านจากพรรครีพับลิกันบางส่วน โดยเฉพาะวุฒิสมาชิก ทอม ทิลลิส ที่เน้นว่า ‘จะไม่สนับสนุนการไต่สวน’ จนกว่าการสอบสวนพาวเวลจะสิ้นสุดเสียก่อน
สก็อตต์ เบเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News สนับสนุนการไต่สวนวอชทันที พร้อมระบุว่า “การสอบสวนพาวเวลควรเดินต่อไปตามกระบวนการ แต่ไม่ควรเป็นอุปสรรคในการพิจารณาผู้ว่าธนาคารกลางคนใหม่” ขณะเดียวกัน แม้ทิลลิสจะเรียกวอชว่าเป็น ‘ผู้สมัครที่แข็งแกร่ง’ แต่ยังคงยืนกรานจะไม่เดินหน้าระบวนการก่อนการสอบสวนสิ้นสุด โดยกล่าวคำชัดในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “แม้จะเป็นผมที่เสนอชื่อวอชเอง แต่ก็ต้องรอให้เรื่องนี้เคลียร์ก่อน”
การสอบสวนพาวเวลในครั้งนี้มี ฌอน พีโร รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ เป็นหัวหน้าทีมสอบ ซึ่งเน้นไปที่งบประมาณของโครงการรีโนเวตสำนักงาน Fed ที่ดำเนินต่อเนื่องหลายปี มีการใช้อำนาจของคณะลูกขุนใหญ่ พร้อมพูดถึงความเป็นไปได้ในการตั้งข้อหาทางอาญา จนกลายเป็นหนึ่งในปมร้อนระดับประเทศ
พาวเวลออกปฏิเสธเมื่อวันที่ 11 มกราคม โดยระบุว่าเป็น ‘ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล’ และเป็นความพยายามโจมตีทางการเมืองจากฝั่งทรัมป์ที่ต้องการแทรกแซงนโยบายการเงิน โดยเฉพาะประเด็น ‘การลดดอกเบี้ย’ ซึ่งทรัมป์ไม่พอใจมาตลอด ตลอดช่วงดำรงตำแหน่ง พาวเวลตกเป็นเป้าการวิจารณ์จากทรัมป์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลว่าการตัดสินใจของ Fed ไม่สนับสนุนภาพรวมเศรษฐกิจตามเป้าหมายรัฐบาล
ในโครงสร้างปัจจุบัน พรรครีพับลิกันครองที่นั่งในคณะกรรมาธิการธนาคาร 13 จาก 24 ที่นั่ง หากรวมเสียงทั้งหมดอาจสามารถผ่านการรับรองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาฝั่งเดโมแครต อย่างไรก็ตามหากทิลลิสโหวต ‘ไม่รับรอง’ เสียงเดโมแครตจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ
กรณีนี้กลายเป็น ‘แรงเสียดทานเชิงอำนาจ’ ระหว่างทำเนียบขาวกับการธนาคารกลาง โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่ Fed ควรเป็นองค์กรอิสระ เชื่อมโยงความขัดแย้งเชิงนโยบายไปจนถึงทิศทางการเงินในอนาคต การอนุมัติผู้ว่าคนใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็น ‘บททดสอบทางการเมือง’ เกี่ยวกับความเป็นอิสระของ Fed อย่างแท้จริง
‘ความคิดเห็น’: หากฝ่ายการเมืองยังคงใช้ตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจ แนวคิดเรื่องความเป็นอิสระของ Fed อาจต้องทบทวนกันใหม่ในยุคหลังทรัมป์
ความคิดเห็น 0