Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เอธร์เรียม(ETH) เปิดโรดแมป 2026 ดันก๊าซลิมิตทะลุ 100 ล้าน รับยุคหลังควอนตัม-เชื่อม AI

เอธร์เรียม(ETH) เปิดโรดแมป 2026 ดันก๊าซลิมิตทะลุ 100 ล้าน รับยุคหลังควอนตัม-เชื่อม AI / Tokenpost

เอธร์เรียม(ETH) เดินหน้าชัดเจนขึ้นอีกขั้น หลังมูลนิธิเอธร์เรียม(Ethereum Foundation) สรุป ‘ภารกิจหลักของโปรโตคอล’ ไปจนถึงปี 2026 ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยโฟกัสอยู่ที่ ‘ความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม’, ‘ประสบการณ์ใช้งานกระเป๋าเงิน’, ‘การเชื่อมต่อข้ามเชน’ และ ‘ความปลอดภัยรองรับยุคคอมพิวเตอร์ควอนตัม’ สะท้อนภาพโรดแมประยะกลาง‑ยาวของเอธร์เรียมที่เริ่มลงรายละเอียดมากขึ้น โดยมี ‘ก๊าซลิมิต(gas limit)’ เป็นแกนสำคัญ

ภายใต้โรดแมปฉบับนี้ ประเด็นที่สะดุดตาที่สุดคือทิศทางการ ‘เพิ่มก๊าซลิมิต’ อย่างต่อเนื่อง ก๊าซลิมิตคือปริมาณการคำนวณสูงสุดที่บล็อกเอธร์เรียม 1 บล็อกสามารถรองรับได้ ซึ่งมูลนิธิตั้งเป้า ‘ดันให้ทะลุ 100 ล้าน’ ภายในปี 2026 ยืนยันท่าทีที่เคยพูดถึงกันตลอดปี 2025 ว่าจะต้องขยายศักยภาพเครือข่ายให้มากขึ้น

ภายในคอมมูนิตี้เอธร์เรียมเอง ความคาดหวังว่าก๊าซลิมิตจะถูกปรับขึ้นแรงภายในปีนี้เริ่มก่อตัวมาระยะหนึ่งแล้ว แอนโธนี ซาซาโน ผู้ให้ความรู้ด้านเอธร์เรียมเคยระบุไว้เมื่อเดือน 11 ปีที่ผ่านมา ว่าเป้าหมายการดันก๊าซลิมิตไปแถวๆ 180 ล้านภายในปี 2026 ไม่ใช่ ‘ฉากทัศน์ดีที่สุด’ แต่เป็น ‘เส้นพื้นฐาน’ ด้วยซ้ำ ‘ความคิดเห็น’ แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองในวงกว้างว่าหากเอธร์เรียมต้องการรองรับทรานส์แซกชันจำนวนมากขึ้น และดีแอป(dApp) ที่ซับซ้อนขึ้น การเพิ่มขนาดการประมวลผลต่อบล็อกแทบเลี่ยงไม่ได้

‘2026’ กับอัปเกรด ‘กลัมสเตอร์ดัม’ และหมากรองรับยุคคอมพิวเตอร์ควอนตัม

มูลนิธิเอธร์เรียมชี้ว่าอัปเกรดเครือข่าย ‘กลัมสเตอร์ดัม(Glamsterdam)’ ซึ่งตั้งเป้านำมาใช้งานจริงช่วงครึ่งปีแรก 2026 คือภารกิจระดับสูงสุดของโปรโตคอล รอบนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ถูกวางให้เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ความปลอดภัยระยะยาวในยุค ‘หลังควอนตัม(Post‑Quantum)’

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) นักวิจัยเอธร์เรียม จัสติน เดร็ก เปิดเผยผ่าน X ว่ามูลนิธิได้ตั้งทีม ‘โพสต์ควอนตัม(PQ)’ ขึ้นมาใหม่ โดยเขาระบุว่านี่คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญของยุทธศาสตร์ระยะยาวด้านควอนตัมของมูลนิธิเอธร์เรียม” แสดงเจตจำนงชัดว่าต้องการ ‘เดินเกมก่อน’ ต่อทุกฉากทัศน์ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจเข้ามาเขย่าระบบเข้ารหัสในอนาคต

การออกแบบ ‘คริปโทกราฟีทนทานต่อควอนตัม’ กำลังกลายเป็นโจทย์กลางของทั้งอุตสาหกรรมบล็อกเชน เพราะหากคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้าสู่ช่วงใช้งานจริงเต็มตัว ระบบเข้ารหัสกุญแจสาธารณะรูปแบบเดิมอาจถูกเจาะได้รวดเร็วอย่างที่เคยกังวลกันมานาน การที่มูลนิธิเอธร์เรียมตั้งทีมเฉพาะขึ้นมาดูแลทิศทางนี้โดยตรง จึงมีแนวโน้มสูงว่าดีไซน์ป้องกันความเสี่ยงจากควอนตัมจะถูกฝังลึกเข้าไปทั้งใน ‘คอร์โปรโตคอลเอธร์เรียม’ รวมถึง ‘โครงสร้างกระเป๋าเงิน’ ในระยะต่อไป

สมาร์ตวอลเล็ต, อินเตอร์เชน, L2 – ดัน UX เป็นหัวใจ

อีกเสาหลักของปี 2026 คือ ‘การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้(UX)’ โดยเฉพาะผ่าน ‘การทำบัญชีแบบนามธรรม(account abstraction)’ ในระดับเนทีฟ เพื่อสร้าง ‘สมาร์ตกระเป๋าเงิน’ ที่ฉลาดขึ้น รวมถึงเสริมความสามารถด้าน ‘อินเตอร์เชน(inter‑chain)’ ช่วยให้ผู้ใช้ย้ายข้ามเลเยอร์และข้ามเชนได้ลื่นไหลขึ้น

ฝั่งเอธร์เรียมอธิบายว่า “เป้าหมายคือทำให้การโต้ตอบระหว่างเลเยอร์2(L2) เป็นไปอย่างราบรื่น ภายใต้สมมติฐานการพึ่งพาความเชื่อใจน้อยที่สุด” และ “ความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการทำให้เวลา ‘ยืนยันบนเลเยอร์1(L1)’ และ ‘การเคลียร์ธุรกรรมบน L2’ สั้นลง จะเป็นตัวหนุนเป้าหมายนี้โดยตรง” พูดง่ายๆ คือยิ่งเมนเน็ตยืนยันบล็อกเร็วขึ้น และการถอน/เคลียร์ยอดบน L2 ใช้เวลาน้อยลงเท่าไร ดีไฟ(DeFi), เอ็นเอฟที(NFT) และเกมบนโรลอัปหรือเชนต่างๆ ก็จะยิ่งเชื่อมติดกันจนแทบกลายเป็น ‘ระบบเดียว’ ในมุมมองของผู้ใช้

แนวคิด ‘บัญชีแบบนามธรรม’ ทำให้กระเป๋าเงินไม่ใช่แค่ที่เก็บสินทรัพย์อีกต่อไป แต่รองรับตรรกะหลากหลาย เช่น การจ่ายค่าธรรมเนียมอัตโนมัติ, การกู้คืนแบบโซเชียล, เงื่อนไขหลายลายเซ็น ฯลฯ เมื่อเอธร์เรียมยืนยันว่าจะยกระดับให้ฟังก์ชันเหล่านี้เป็น ‘ส่วนหนึ่งของโปรโตคอล’ โดยตรง จึงมีมุมมองมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าภาพรวม ‘ประสบการณ์ใช้กระเป๋าเงิน’ จะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญราวๆ ปี 2026

‘ก๊าซ 30 ล้าน → 60 ล้าน’ – ปี 2025 ถูกมองเป็นปีที่มี ‘ผลิตภาพ’ สูงสุด

มูลนิธิเอธร์เรียมประเมินปี 2025 ว่าเป็น “หนึ่งในปีที่มีความก้าวหน้าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ด้วยการปิดดีลอัปเกรดเครือข่ายใหญ่ 2 ชุด คือ ‘เพกทรา(Pectra)’ และ ‘ฟูซากะ(Fusaka)’ ต่อเนื่องกัน พร้อมกันนั้นคอมมูนิตี้ยังช่วยกันดัน ‘ก๊าซลิมิตจาก 30 ล้านเป็น 60 ล้าน’ ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับจากปี 2021 ส่งผลให้ ‘ขีดความสามารถการประมวลผลของเครือข่ายเอธร์เรียม’ ขยับขึ้นอีกระดับ

มาริโอ ฮาเวล จากมูลนิธิเอธร์เรียม ระบุผ่าน X ว่า “สาเหตุที่ใช้เวลานานกว่าจะประกาศได้ เพราะเรากำลังจัดทำ ‘หลักสูตร’ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ‘ความคิดเห็น’ จุดนี้ชี้ให้เห็นว่ามูลนิธิไม่ได้มองโรดแมปครั้งนี้เป็นเพียงเป้าหมายเชิงเทคนิคระยะสั้น แต่เป็นชุดแผนการพัฒนาระยะกลาง‑ยาว ที่ผสานทั้งงานด้านเทคนิคและงานด้านการศึกษาให้ไปในทิศทางเดียวกัน

วิตาลิก บูเตริน กับจุดตัดระหว่าง AI และเอธร์เรียม

การประกาศโรดแมปล่าสุดนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง วิตาลิก บูเตริน ผู้ร่วมก่อตั้งเอธร์เรียม เผยแพร่บทความเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ วางภาพอนาคตที่ ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ เข้ามาเชื่อมกับเอธร์เรียม โดยเขามองว่าเมื่อ AI ถูกผสานกับเอธร์เรียมอย่างถูกทาง จะช่วย ‘เพิ่มประสิทธิภาพตลาด, เสริมความปลอดภัยทางการเงิน และขยายเสรีภาพในการเลือกของมนุษย์’

วิตาลิกระบุว่าวิสัยทัศน์ระยะยาวของ AI ไม่ใช่การเข้ามา ‘แทนที่มนุษย์’ แต่เป็น ‘เครื่องมือเสริมศักยภาพมนุษย์’ อย่างไรก็ตาม ในระยะใกล้ เขามองว่าเคสใช้งานที่เป็นรูปธรรมจะเริ่มจากกรณีธรรมดากว่านั้น เช่น ผู้ช่วยอินเทอร์เฟซของดีแอป, ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยง, เครื่องมืออ่านค่าและตีความข้อมูลออนเชน ฯลฯ นั่นหมายความว่าเอธร์เรียมอาจค่อยๆ ขยับจาก ‘เลเยอร์สำหรับชำระเงิน’ ไปสู่ ‘โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจข้อมูลและ AI’ ในมุมมองของเขา

ความหมายต่ออนาคตและแรงกระเพื่อมต่อตลาด

หากสรุป ‘ภารกิจหลักปี 2026’ ที่มูลนิธิเอธร์เรียมวางไว้ สามารถจัดออกเป็น 4 แกนหลัก ได้แก่

หนึ่ง การเพิ่มก๊าซลิมิตและเร่งความเร็ว L1‑L2 เพื่อขยายแบนด์วิดท์ของเครือข่าย

สอง ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยยุคหลังควอนตัม ผ่านอัปเกรดกลัมสเตอร์ดัมและทีม PQ

สาม การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ ผ่านการทำบัญชีแบบนามธรรม, สมาร์ตกระเป๋าเงิน และเทคโนโลยีอินเตอร์เชน

สี่ การเชื่อมวิสัยทัศน์โปรโตคอลเข้ากับแนวคิด ‘AI + เอธร์เรียม’ ที่วิตาลิกเพิ่งนำเสนอ

ในระยะสั้น ตลาดอาจต้องเผชิญทั้ง ‘ความไม่แน่นอนทางเทคนิค’ จากการเตรียมอัปเกรด และ ‘ความผันผวนของราคา’ ที่ตามมาประจำทุกครั้งที่มีรอบฟีเจอร์ใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมระยะกลาง‑ยาว ทิศทางนี้สะท้อนชัดว่าเอธร์เรียมกำลังพยายามเดินเกมพร้อมกัน 4 ด้าน ได้แก่ ‘การสเกล’, ‘ความปลอดภัย’, ‘ประสบการณ์ใช้งาน’ และ ‘การเชื่อมกับ AI’ เพื่อยึดสถานะของตัวเองให้แน่นขึ้นในฐานะ ‘เชนโครงสร้างพื้นฐานอเนกประสงค์’ โดยมีทั้งความเร็วของการพัฒนาและพลังการมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้เป็นตัวแปรตัดสินผลลัพธ์ในท้ายที่สุด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1