ไบแนนซ์(Binance) เปิดตัวฟีเจอร์ ‘ตลาดทำนายผล (Prediction Market)’ บนแอป ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดิมพันผลลัพธ์ของเหตุการณ์ในโลกจริงได้โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม ถือเป็นการดึงตลาดทำนายผลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเข้ามาอยู่ใน ‘ระบบนิเวศการเทรด’ ของตนเองอย่างเต็มตัว
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) มีรายงานว่า ไบแนนซ์ได้เพิ่มฟังก์ชันตลาดทำนายผลเข้าไปในกระเป๋าเงินไบแนนซ์ วอลเล็ต(Binance Wallet) และเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์บนบีเอ็นบี สมาร์ตเชน(BNB Smart Chain) ชื่อ ‘พรีดิกต์ดอตฟัน(Predict.fun)’ ฟีเจอร์นี้ยังรองรับเฉพาะบางประเทศเท่านั้น และมีรายงานว่า ‘พรีดิกต์ดอตฟัน’ ถูกพัฒนาขึ้นโดยอดีตทีมงานของไบแนนซ์เอง
ผู้ใช้สามารถซื้อขายสินค้าใน ‘ตลาดทำนายผล’ ที่มีมูลค่าผันผวนตามผลลัพธ์ของเหตุการณ์จริง เช่น ผลการเลือกตั้ง การแข่งขันกีฬา หรือการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ละสถานะการลงทุนจะถูกตั้งราคาอยู่ระหว่าง 0.01 ดอลลาร์ (ประมาณ 14.8 บาท) ถึง 0.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,464 บาท) โดยราคาจะสะท้อน ‘ความน่าจะเป็น’ ที่ผู้เล่นในตลาดประเมินเอาไว้
จุดที่น่าสนใจคือ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องโอนเงินไปกระเป๋าอื่น สามารถใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วในบัญชีสปอต หรือบัญชีกองทุนของไบแนนซ์ได้ทันที นอกจากนี้ ทางไบแนนซ์ยังรับภาระค่าก๊าซบนบล็อกเชนแทนผู้ใช้ ช่วยลดต้นทุนและดึงดูดผู้ใช้ทั่วไปที่อาจไม่คุ้นเคยกับการจ่ายค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายบล็อกเชน ‘ความคิดเห็น’ การยกเลิกภาระค่าก๊าซถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานผู้ใช้ DeFi ผ่านแพลตฟอร์ม CeFi ขนาดใหญ่
ด้านความปลอดภัย ไบแนนซ์ใช้โครงสร้างกระเป๋าเงินแบบ ‘ไร้กุญแจ (Keyless)’ หรือการกระจายการจัดเก็บกุญแจส่วนตัวออกเป็นหลายส่วน ลดจุดล้มเหลวเพียงจุดเดียวและเพิ่มความปลอดภัยในเชิงสถาปัตยกรรม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังคงต้องสร้างบัญชีตลาดทำนายผลแยกต่างหากเพื่อใช้งานฟีเจอร์นี้
ไบแนนซ์ย้ำชัดว่า บริษัทไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการตลาดโดยตรง และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาในการเดิมพันใด ๆ แต่เพียงทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เปิดให้เข้าถึงแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามเท่านั้น โครงสร้างแบบนี้ช่วยให้ไบแนนซ์สามารถ ‘แยกความรับผิดชอบ’ ออกจากตัวผลิตภัณฑ์หลัก และอาจช่วยลดแรงกดดันด้านกฎระเบียบในระยะยาว ‘ความคิดเห็น’ โมเดลแบบตัวกลางน่าจะเป็นมาตรฐานสำหรับ CEX รายใหญ่ที่ต้องการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ยังต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้านกฎหมายในหลายเขตอำนาจศาล
ข้อมูลจากโทเคนเทอร์มินอล(TokenTerminal) ระบุว่า ตลาดทำนายผลเติบโตอย่างร้อนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยปริมาณการซื้อขายต่อเดือนเพิ่มจากต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) ไปสู่ระดับมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 600,000 ล้านบาท) เติบโตขึ้นราว ‘200 เท่า’ ภายในเวลาไม่นาน
ปัจจุบันตลาดนี้ถูกครองโดยโพลีมาร์เก็ต(Polymarket) และคัลชี(Kalshi) ซึ่งรวมกันมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 97% ด้านคัลชีเพิ่งระดมทุนได้ 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 35,000 ล้านบาท) ที่มูลค่ากิจการราว 11,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 385,000 ล้านบาท) ขณะที่โพลีมาร์เก็ตก็ได้รับคำมั่นลงทุนสูงสุด 2,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 70,000 ล้านบาท) จากกลุ่มเจ้าของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE)
การที่ไบแนนซ์เลือกเข้ามาในตลาด ‘ตลาดทำนายผล’ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามใช้ประโยชน์จากกระแสขาขึ้นของสินทรัพย์ประเภทนี้ ด้วยจุดแข็งด้านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและฐานผู้ใช้จำนวนมาก ไบแนนซ์อาจสร้างแรงกดดันใหม่ให้ผู้เล่นรายเดิมอย่างโพลีมาร์เก็ตและคัลชี ขณะเดียวกัน ก็จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าตลาดทำนายผลภายใต้ ‘การเข้าถึงแบบแอปศูนย์รวม (Super App)’ จะสามารถขยายตัวไปสู่ผู้ใช้กระแสหลักได้มากแค่ไหนในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0