ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา วงการ ‘คริปโทเคอร์เรนซี’ เผชิญการโจมตี ‘แฮ็กกิ้ง’ และ ‘익스พล로잇(Exploit)’ รวม 29 ครั้ง ซึ่งนับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย ‘อลิ มาร์ติเนซ(Ali Martinez)’ อ้างอิงข้อมูลจาก ‘ดีไฟลามา(DeFiLlama)’ ระบุว่ามูลค่าความเสียหายรวมแตะ 635 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์ที่ถี่ขึ้นและวงเงินสูญหายระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ ทำให้ ‘ความเชื่อมั่น’ ต่อระบบนิเวศกา̀งทรัพย์ดิจิทัลสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด
จากข้อมูลของ ‘ดีไฟลามา’ เกือบ ‘90%’ ของความเสียหายในเดือนเมษายนมาจากเพียง 2 กรณีหลัก กรณีแรกคือ แพลตฟอร์มดีไฟบนเครือข่ายโซลานา(SOL) อย่าง ‘ดริฟต์ โปรโตคอล(Drift Protocol)’ ซึ่งเป็นตลาดอนุพันธ์แบบไร้ศูนย์กลางขนาดใหญ่ ถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือโจมตี สูญทรัพย์รวม 285 ล้านดอลลาร์ สาเหตุสำคัญมาจากความผิดพลาดของคณะกรรมการด้านความปลอดภัยที่เข้าใจผิดว่าโทเคนปลอม ‘CarbonVote’ เป็นโทเคนปกติ ทำให้ลงนามล่วงหน้า (pre-sign) ในธุรกรรมที่คนร้ายเตรียมไว้
อีกเหตุการณ์ใหญ่คือโปรโตคอลสเตกกิ้งแบบมีสภาพคล่องบนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) อย่าง ‘เคลป์ DAO(Kelp DAO)’ ที่ถูกขโมยโทเคน rsETH คิดเป็นมูลค่าราว 292 ล้านดอลลาร์ ผู้โจมตีเจาะไปที่ ‘บริดจ์ครอสเชน’ บนโครงสร้าง LayerZero แล้ว ‘ดัดแปลงเลเยอร์ข้อความ(Message Layer)’ ให้โปรโตคอลตอบสนองราวกับได้รับคำสั่งปกติ ทั้งที่จริงเป็นคำสั่งปลอม ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังการแฮ็ก เม็ดเงินรวมที่ถูกล็อกในแพลตฟอร์มดีไฟ(TVL) หดตัวลงถึง 13.5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนภาวะ ‘ความกลัวด้านความปลอดภัย’ ของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มาร์ติเนซชี้ว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของ ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ กำลังขยายขนาดภัยคุกคามด้านความปลอดภัยในตลาดคริปโต เขายกตัวอย่างโมเดลอย่าง ‘MythoMax’ ของแอนโทรปิก(Anthropic) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้พัฒนา แต่ในอีกด้านหนึ่ง ‘เอเจนต์ AI’ ที่ช่วยทำงานแบบอัตโนมัติกลับถูกอาชญากรนำไปใช้ย่นระยะเวลา ‘สอดแนมระบบ(Recon)’ และเตรียมการโจมตีให้เร็วขึ้นมาก ‘ความคิดเห็น’ เมื่อเครื่องมือระดับมืออาชีพถูกทำให้ใช้ง่ายขึ้น คนที่มีทักษะไม่สูงก็สามารถก่อเหตุโจมตีที่ซับซ้อนได้
จากการวิเคราะห์ของเขา ‘76%’ ของความเสียหายที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน เชื่อมโยงกับการโจมตีโดยกลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือที่ ‘ใช้ AI เป็นตัวช่วย’ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือของผู้ป้องกันระบบ แต่กลายเป็นคันเร่งให้การโจมตีมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ยอดความเสียหายจาก ‘익스พล로잇’ ที่ถูกบันทึกอยู่ที่ราว 723.39 ล้านดอลลาร์ ลดลงประมาณ 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าตัวเลขนี้อาจทำให้มุมมองด้านความปลอดภัย ‘ดูดีเกินจริง’ เพราะฐานเปรียบเทียบในช่วงไตรมาส 1 ปี 2025 มีเหตุแฮ็กครั้งประวัติการณ์ของ ‘ไบบิต(Bybit)’ มูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์รวมอยู่ด้วย จึงทำให้การลดลงแบบปีต่อปีดูรุนแรงเกินข้อเท็จจริง ‘ความคิดเห็น’ หากตัดเหตุการณ์ขนาดยักษ์ออก ตัวเลขแนวโน้มความเสียหายอาจไม่ได้ลดลงชัดเจนอย่างที่เห็น
ในตลาดกว้าง มูลค่ารวม ‘คริปโทเคอร์เรนซี’ ณ วันรายงานอยู่ที่ 2.57 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อย 0.16% จากวันก่อนหน้า แต่ด้าน ‘ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง’ กำลังกลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตาอย่างจริงจังมากขึ้น ท่ามกลางปัญหาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นักลงทุนจำนวนมากเริ่มให้ ‘น้ำหนักกับความสามารถในการป้องกัน(Defense)’ มากกว่าการเติบโตด้านฟีเจอร์หรือการขยายตัวของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยมองว่าความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเชิงระบบจะเป็นตัวกำหนด ‘ความผันผวน’ และทิศทางตลาดในระยะถัดไปมากกว่าที่ผ่านมา
ความคิดเห็น 0