ตลาดหุ้นเกาหลี ‘โคส피’ พุ่งทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เม็ดเงินในตลาด ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ภายในประเทศเริ่มเย็นลงอย่างชัดเจน โดยดัชนีโคส피ใช้เวลาเพียง 34 วันทำสถิติปรับขึ้นถึง 37% แตะระดับใกล้จุดสูงสุดตลอดกาล ขณะที่กระแสความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกลับชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ตามการรวบรวมข้อมูลของ ‘โคอินเทเลกราฟ’ ร่วมกับนักวิเคราะห์ตลาดในประเทศ ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของโคสปีเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้นๆ ดันดัชนีเข้าใกล้ระดับ 7000 จุดแรงซื้อจาก ‘นักลงทุนต่างชาติ’ และ ‘สถาบัน’ ไหลกลับเข้าตลาดต่อเนื่อง ผนวกกับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐที่ดีดตัว ทำให้บรรยากาศในตลาดหุ้นเกาหลีร้อนแรงเป็นพิเศษ
หุ้นขนาดใหญ่ฝั่งเทคโนโลยีอย่าง ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และ เอสเค ไฮ닉ซ์ ต่างถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไร ช่วยหนุน ‘Sentiment’ การลงทุนให้ต่างชาติกลับมาเก็งกำไรในตลาดหุ้นเกาหลีอีกครั้ง ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม X รายหนึ่งมองว่า โคสปี ‘ยังมีอัพไซด์’ เหลืออยู่ และมีโอกาสทดสอบโซน 8000–9000 จุดได้ หากแรงซื้อยังไม่แผ่วลง แม้จะเตือนว่าการเคลื่อนไหวใกล้กรอบบนของช่องแนวโน้มขาขึ้นปัจจุบัน อาจเป็นจุดชี้ทางรอบใหม่ของตลาด
ด้านตลาด ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ในประเทศ กลับส่งสัญญาณตรงข้ามอย่างชัดเจน ยอดมูลค่ากองสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกถือครองบนกระดานเทรดภายในประเทศ ณ เดือนกุมภาพันธ์ ลดลงมาเหลือราว 60.6 ล้านล้านวอน จากระดับต้นปีที่ราว 121.8 ล้านล้านวอน หรือหายไปประมาณครึ่งหนึ่ง ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันก็ทรุดตัวจากช่วงปลายปี 2024 ที่ราว 17.1 ล้านล้านวอน เหลือเพียงประมาณ 4.5 ล้านล้านวอนเท่านั้น สะท้อนสภาพคล่องที่หดหายอย่างรวดเร็ว
การลดลงดังกล่าวยังสะท้อนไปถึงยอด ‘เงินฝากและเงินพักรอซื้อ’ บนกระดานเทรดที่ทยอยลดลงตามไปด้วย ทำให้ในมุมมองของนักวิเคราะห์จำนวนมากเริ่มมองตรงกันว่า เม็ดเงินลงทุนกำลังไหลออกจาก ‘คริปโต’ แล้วเคลื่อนย้ายไปสู่ ‘หุ้น’ โดยเฉพาะตลาดโคสปีที่กำลังอยู่ในช่วง ‘รันเวย์ขาขึ้น’ แบบเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนใน ‘สเตเบิลคอยน์’ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกค่าเข้ากับดอลลาร์สหรัฐ กลับขยายตัวสวนทาง ภาพรวมการถือครองในตลาดเกาหลีเพิ่มจากไม่ถึง 100,000 ล้านวอน ขึ้นมาแตะระดับมากกว่า 600,000 ล้านวอนภายในเวลาไม่นาน แสดงให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังคงต้องการ ‘ถือดอลลาร์ในรูปดิจิทัล’ แทนการถือโทเค็นเสี่ยง
หนึ่งในปัจจัยหนุนสำคัญคือ ‘อัตราแลกเปลี่ยนวอนต่อดอลลาร์’ ที่ไต่ขึ้นมาบริเวณ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1,474.20 วอน ทำให้ตลาดเริ่มหวั่นความผันผวนค่าเงินในระยะถัดไป นักลงทุนจึงหันไปเพิ่ม ‘การเปิดรับดอลลาร์ (Dollar Exposure)’ ผ่านการถือสเตเบิลคอยน์ แทนการถือวอนโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
‘ฮง ซอง-อุก’ นักวิเคราะห์จากเอ็นเอชอินเวสต์เมนท์แอนด์ซีเคียวริตีส์ มองว่าปรากฏการณ์ ‘โคสปีร้อนแรง–คริปโตซบเซา’ ในตอนนี้ เป็นผลโดยตรงจาก ‘การหมุนย้ายเม็ดเงินลงทุน’ ภายในประเทศ โดยเม็ดเงินที่เคยเก็งกำไรในคริปโตหันกลับไปไล่ซื้อหุ้นที่ยังมีธีมขับเคลื่อนชัดเจน ทั้งหุ้นเทคและหุ้นส่งออก
ด้าน ‘คิม มิน-ซึง’ จาก ‘คอบิต’ ให้ความเห็นว่า แนวโน้มค่าเงินวอนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เป็นตัวผลักดันสำคัญให้ความต้องการ ‘สเตเบิลคอยน์’ พุ่งขึ้น นักลงทุนจำนวนมากเลือกพักเงินไว้ในรูปดอลลาร์ผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกค่าแทนการถือคริปโตเสี่ยงสูง
‘ความคิดเห็น’
ภาพรวมแล้ว ตลาดการเงินเกาหลีในช่วงนี้กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า สินทรัพย์เสี่ยงกำลังถูกคัดเลือกอย่างเข้มข้นมากขึ้น เมื่อตลาดหุ้นโดยเฉพาะโคสปีที่มีปัจจัยพื้นฐานและกำไรบริษัทจดทะเบียนหนุนหลัง กำลังให้ผลตอบแทนเด่นกว่า เม็ดเงินจึงไหลออกจากคริปโตที่ความไม่แน่นอนสูงกว่า ไปหาหุ้นที่กำลังอยู่ในกระแสเชิงบวก ในขณะที่สเตเบิลคอยน์ถูกใช้เป็น ‘ที่หลบภัยค่าเงิน’ มากกว่าจะเป็นเครื่องมือเก็งกำไรเหมือนในรอบก่อนหน้า
หากโคสปีสามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยนวอนยังคงผันผวน มีแนวโน้มว่าตลาดคริปโตในเกาหลีอาจต้องเผชิญกับแรงกดดัน ‘การไหลออกของเงินลงทุน’ ไปอีกระยะ ขณะที่ความต้องการสเตเบิลคอยน์อาจยังทรงตัวในระดับสูง ตามกระแสป้องกันความเสี่ยงค่าเงินของนักลงทุนภาคเอกชนและสถาบันในประเทศ
ความคิดเห็น 0