นักลงทุนบิตคอยน์(BTC) ที่ถือครองเหรียญมาแล้วราว ‘2~3 ปี’ เริ่มทยอย ‘ทำกำไร’ มากขึ้น หลังราคาบิตคอยน์พุ่งทะลุ 8만1500달러 (ราว 1억1890만원) ต่อ 1BTC สะท้อนว่ากลุ่มผู้เล่นที่เข้าซื้อในช่วงกระแสคาดหวัง ‘กองทุน ETF บิตคอยน์’ กำลังขายบางส่วนออกจากตลาดท่ามกลางภาวะขาขึ้นต่อเนื่อง
บริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘글래스노드(Glassnode)’ เปิดเผยผ่าน X ว่า ตัวชี้วัด ‘Realized Profit’ ของกลุ่มผู้ถือบิตคอยน์ระยะ 2~3 ปีพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ‘Realized Profit’ หมายถึงกำไรที่ถูกล็อกจริงจากการขาย โดยจะคำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาตอนเหรียญถูกย้ายครั้งล่าสุดบนบล็อกเชนกับราคาปัจจุบัน หากราคาขายสูงกว่าราคาซื้อ ส่วนต่างนั้นจะถูกนับเป็นกำไรที่เกิดขึ้นจริง
글래스노드 ระบุว่าการเร่ง ‘ทำกำไร’ ครั้งนี้เด่นชัดหลังบิตคอยน์พุ่งทะลุ ‘8만달러’ โดยกลุ่มนักลงทุนที่ถือเหรียญมา 2~3 ปีนี้ ส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นผู้ที่เข้าซื้อก่อนการเปิดตัว ETF บิตคอยน์สpot ในสหรัฐ หรือเข้าตลาดในช่วงต้นที่กระแส ETF เริ่มร้อนแรง ทำให้มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ และเมื่อราคาดีดแรงจึงอยู่ในช่วงกำไรประมาณ 60% ถึง 100% แล้วจึงเริ่มเทขายบางส่วน ข้อมูลยังชี้ว่า ในจุดพีคมีการล็อกกำไรสูงสุดกว่า ‘2억900만달러ต่อชั่วโมง’ เลยทีเดียว
การที่กลุ่มผู้ถือระยะยาว (Long-term holders) ทยอยปล่อยของในช่วงตลาดกระทิง ถือเป็นพฤติกรรมที่พบได้แทบทุกวัฏจักร เมื่ออัตราผลตอบแทนสะสมถึงระดับที่น่าพอใจ นักลงทุนบางส่วนย่อมเลือกเปลี่ยนกำไรบนกระดาษให้กลายเป็นเงินสด ซึ่งอาจเพิ่มแรงขายระยะสั้น และกดดันราคาได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ‘ความคิดเห็น’ ในตลาดจำนวนมากมองว่านี่ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวขาลงโดยตรง แต่เป็นเพียงกระบวนการระบายเหรียญที่สะสมไว้ตั้งแต่ช่วงกระแส ETF และการไหลเข้าของเงินสถาบันในรอบที่ผ่านมา
ในอีกด้านหนึ่ง หนึ่งในผู้เล่นสาย ‘ถือยาวสุดขั้ว’ อย่างบริษัทลงทุนด้านบิตคอยน์ ‘스트레티지(Strategy)’ ยังเดินหน้าสะสมเหรียญต่อเนื่อง โดย 마이클 세일러(Michael Saylor) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน เผยว่าตั้งแต่ต้นปีได้เพิ่มการถือครองบิตคอยน์แล้วถึง ‘6만3410BTC’ ‘ความคิดเห็น’ นี้สะท้อนมุมมองของนักลงทุนสายมหภาคที่ยังมีความเชื่อมั่นในระยะยาวต่อบิตคอยน์ แม้ตลาดจะมีช่วงพักฐานหรือผันผวนแรงก็ตาม
ณ ตอนนี้ บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวขึ้นราว 3% จากวันก่อนหน้า กลับมายืนเหนือ ‘8만1500달러’ ต่อเหรียญ หากอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1ดอลลาร์ ต่อ 1451วอน เท่ากับว่า 1BTC มีมูลค่าประมาณ 1억1890만원 ‘คำ’ ที่นักลงทุนกำลังโฟกัสจึงไม่ใช่เพียงแค่การย่อตัวระยะสั้น แต่คือการ ‘ปรับสมดุลอุปทาน-อุปสงค์’ ว่าตลาดจะรับมือกับแรงขายจากกลุ่มถือยาว 2~3 ปีได้ดีแค่ไหน ขณะที่โมเมนตัมจาก ‘ETF บิตคอยน์’ และกระแสซื้อของสถาบันยังคงอยู่ในทิศทางบวก หากตลาดดูดซับแรงขายได้ต่อเนื่อง ราคาบิตคอยน์ก็ยังมีช่องให้สร้างฐานใหม่บนระดับที่สูงกว่าเดิมต่อไปได้ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0