บิตคอยน์(BTC) กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังราคาปรับฐานแรงจากจุดสูงสุดช่วงปลายปีที่ผ่านมา กระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบส pot กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนรอบใหม่ ทำให้นักลงทุนกลับมาจับตาแนวต้าน ‘10만달러’ และเริ่มพูดถึงเป้าหมายระยะยาวที่สูงกว่านั้นอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ความต้องการจากสถาบันและความหวังต่อกฎระเบียบสหรัฐยังช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาด
ตามรายงานของ ‘코인텔레그래프’ เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวขึ้นหลังจากแตะจุดสูงสุดแถว 12만6000달러 ช่วงปลายปี 2025 แล้วปรับฐานลงมา ปัจจุบันราคาขยับอยู่บริเวณ 8만1000달러 สวนทางกับบรรยากาศระมัดระวังเมื่อต้นปี โดยตัวแปรสำคัญคือกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบส pot ที่ดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
เฉพาะเดือนเมษายน 2026 เพียงเดือนเดียว กองทุนส pot ETF บิตคอยน์(BTC) มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 2.44 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่วันที่ 6 พฤษภาคม ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิอีก 46.33 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดกระแส ‘ซื้อสุทธิ’ ต่อเนื่อง 5 วันทำการติดกัน แสดงให้เห็นว่าความต้องการจากนักลงทุนสถาบันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความคาดหวังว่าการกำกับดูแลด้านคริปโตในสหรัฐจะชัดเจนขึ้นและเอื้อต่อการลงทุนมากกว่าเดิม
‘반에크’ ชี้บิตคอยน์ 100만달러 เป็น “กรณีฐาน”
ด้านมุมมองเชิงรุก ‘คำ’100만달러‘คำ’ เริ่มถูกพูดถึงอย่างเปิดเผยมากขึ้น เมื่อ 매슈 시겔 หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้จัดการกองทุนระดับโลกอย่าง 반에크 ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า เขามองการขึ้นไปแตะระดับ 100만달러 ของบิตคอยน์(BTC) เป็น “กรณีฐาน” หรือ ‘คำ’base case‘คำ’ ไม่ใช่แค่ฉากทัศน์ในฝัน
เขาระบุชัดว่า “เราเชื่อว่าสินทรัพย์นี้จะสามารถขึ้นไปถึง 100만달러 ได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า” พร้อมอธิบายว่า บิตคอยน์(BTC) อาจเดินเส้นทางคล้ายอุตสาหกรรมวิดีโอเกมในอดีต ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นของเล่นสำหรับเด็ก แต่ปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจบันเทิงกระแสหลักที่คนทุกวัยเข้าถึงได้
시겔 ยังยกตัวอย่างว่า แม้แต่บุคคลอย่าง อีลอน มัสก์(Elon Musk) ก็เป็นคอเกมตัวยง สะท้อนให้เห็นว่าคอนเทนต์ดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ซึมลึกสู่ชีวิตประจำวันของคนหลายเจเนอเรชัน เขามองว่าบิตคอยน์(BTC) ก็สามารถกลายเป็น ‘สินทรัพย์ดิจิทัลกระแสหลัก’ ในลักษณะเดียวกัน เมื่อคนรุ่นใหม่เข้ามาถือครองและใช้งานมากขึ้น
อีกปัจจัยหนุนฝั่ง ‘คำ’ระยะยาว‘คำ’ คือความสนใจจากนักลงทุนกลุ่มมิลเลนเนียลและเจเนอเรชัน Z ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการที่บางธนาคารกลางเริ่มพิจารณาหรือทดลองถือบิตคอยน์(BTC) เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งในมุมของเขา นี่คือสัญญาณสำคัญว่าบิตคอยน์กำลังถูกยอมรับมากขึ้นในระดับ ‘สถาบัน’ อย่างไรก็ดี เขาเตือนว่า เส้นทางสู่ 100만달러 จะไม่ราบรื่น และจะเต็มไปด้วยความผันผวนรุนแรงในช่วงระหว่างทาง
‘ความคิดเห็น’ การที่สถาบันจัดการสินทรัพย์รายใหญ่อย่าง 반에크 มอง 100만달러 เป็น ‘กรณีฐาน’ ไม่ใช่แค่ฉากทัศน์ปลายทาง สะท้อนว่าคนในอุตสาหกรรมเริ่มมองบิตคอยน์(BTC) ด้วยกรอบเวลาเป็น “หลายปี” มากกว่าการเก็งกำไร “ไม่กี่เดือน” แบบเดิม ซึ่งหากมุมมองนี้แพร่หลาย อาจเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนของทั้งรายย่อยและสถาบันไปในทิศทางที่ยั่งยืนขึ้น
บนเชนจับตาแนว 9만3000달러 – บททดสอบก่อนลุ้น 10만달러
ขณะที่มุมมองระยะยาวเริ่มพูดถึงระดับ 100만달러 การวิเคราะห์ระยะสั้นในตลาดก็มีแนวต้านให้จับตาชัดเจนเช่นกัน ทีมวิจัยของบริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘크립토퀀트’ ประเมินว่าเป้าหมายราคาถัดไปของบิตคอยน์(BTC) อยู่ที่บริเวณ 9만3000달러 โดยอ้างอิงจาก ‘คำ’CME 갭‘คำ’ หรือช่องว่างของราคาที่เกิดขึ้นในตลาดฟิวเจอร์สของ CME
CME 갭 คือช่องว่างของราคาในกราฟฟิวเจอร์ส ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด CME ปิดทำการแต่ตลาดคริปโตส pot ยังซื้อขายต่อเนื่อง ในอดีตพบว่า ราคาบิตคอยน์(BTC) มีแนวโน้มย้อนกลับขึ้นหรือลงมาเพื่อ “เติมเต็มช่องว่าง” เหล่านี้ค่อนข้างบ่อย ทำให้เทรดเดอร์จำนวนมากใช้ระดับราคาใกล้ CME 갭 เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเคลื่อนไหวรอบถัดไป
ล่าสุดบิตคอยน์(BTC) เพิ่งดีดจากระดับต่ำขึ้นไปทดสอบบริเวณ 8만3000달러 ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมดขยายตัวสู่ราว 2.73 ล้านล้านดอลลาร์ กระแส ‘ความเสี่ยงรับได้มากขึ้น’ ยังได้แรงหนุนจากปัจจัยมหภาค เมื่อราคาน้ำมันดิบโลกลดลงถึงราว 12% ในระยะสั้น ขณะเดียวกัน ความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านก็ช่วยลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
ด้านกฎระเบียบ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับ ‘คำ’คลาริตี้ บิล(Clarity Bill)‘คำ’ ของสหรัฐ ซึ่งถูกมองว่าอาจช่วยเปิดทางให้ตลาดคริปโตได้รับกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนและเป็นมิตรต่อการลงทุนมากขึ้น ความหวังต่อกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงการที่สถาบันการเงินกระแสหลักเริ่มเข้ามามีบทบาทในผลิตภัณฑ์บิตคอยน์(BTC) มากขึ้น กำลังกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อจิตวิทยาตลาด
ปัจจัยด้านสถาบัน นโยบาย และมหภาคที่ผ่อนคลายลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ทำให้ตลาดกลับมาพูดถึงโอกาสที่บิตคอยน์(BTC) จะ ‘คำ’ทดสอบ 10만달러‘คำ’ อีกครั้งในรอบนี้ อย่างไรก็ตาม ยิ่งมีผู้เล่นรายใหม่และเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าตลาดมากเท่าไหร่ ขนาดของการปรับฐานในแต่ละรอบก็มีแนวโน้มจะขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องรับมือเมื่อการเก็งกำไรเริ่ม “ร้อนแรงเกินไป”
‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมตอนนี้สะท้อนว่า บิตคอยน์(BTC) อยู่ในจุดที่ทั้งเม็ดเงินสถาบัน กรอบกฎหมาย และภาวะมหภาค กำลังส่งสัญญาณเชิงบวกพร้อมกัน แต่การเดินหน้าสู่ 9만3000달러, 10만달러 หรือแม้กระทั่ง 100만달러 ยังคงมาพร้อมความผันผวนสูง นักลงทุนจึงอาจต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการไล่ตามราคา โดยเฉพาะในช่วงที่กระแส ETF และสตอรี ‘บิตคอยน์ 6 หลัก’ กำลังดึงดูดเงินร้อนเข้าสู่ตลาดอย่างหนัก
ความคิดเห็น 0