Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ตลาด RWA โต 256.7% แตะ 19.3 พันล้านดอลลาร์ หลังสถาบันแห่ลงทุน หนุนสินทรัพย์โทเคนไนซ์โตแรง

ตลาด RWA โต 256.7% แตะ 19.3 พันล้านดอลลาร์ หลังสถาบันแห่ลงทุน หนุนสินทรัพย์โทเคนไนซ์โตแรง / Tokenpost

ตลาด ‘โทเคนไนซ์สินทรัพย์ในโลกจริง’ หรือ ‘RWA’ ขยายตัวทะลุ 19.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2026 กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มสินทรัพย์บนบล็อกเชนที่เติบโตเร็วที่สุดในรอบปีครึ่งที่ผ่านมา โดยแรงหนุนสำคัญมาจากเงินทุนสถาบันที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่เริ่มเอื้อต่อการใช้งานจริงมากขึ้น

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) รายงานวิจัยของ เม็กซ์ซี เวนเจอร์ส(MEXC Ventures) ระบุว่า มูลค่าตลาด ‘RWA’ เพิ่มขึ้นจากราว 5.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2025 มาอยู่ที่ 19.3 พันล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงประมาณ 1 ปีครึ่ง หรือขยายตัว 256.7% สะท้อนว่าตลาดกำลังก้าวจากช่วงทดลอง ไปสู่ระยะที่มีการจัดระเบียบและนำไปใช้ในระดับสถาบันมากขึ้น

ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากฐานข้อมูลของ CoinGecko โดยประเมินทั้งขนาดตลาด สัดส่วนรายประเภทสินทรัพย์ และทิศทางการซื้อขาย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2026 สำหรับ ‘RWA’ คือการนำสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ หุ้น และ ETF มาแปลงให้อยู่ในรูปโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน เพื่อให้สามารถซื้อขาย โอนย้าย และเข้าถึงได้สะดวกกว่าระบบการเงินดั้งเดิม

สินทรัพย์กลุ่มใหญ่ที่สุดยังคงเป็นพันธบัตรรัฐบาลแบบโทเคนไนซ์ ซึ่งครองสัดส่วน 67.2% ของตลาดทั้งหมด แม้ลดลงเล็กน้อยจาก 73.7% ในช่วงต้นปี 2025 แต่การลดลงนี้ไม่ได้สะท้อนว่าอุปสงค์อ่อนตัวลง ตรงกันข้าม ตลาดพันธบัตรโทเคนไนซ์ยังเพิ่มมูลค่าขึ้นอีกราว 9 พันล้านดอลลาร์ และเคยแตะระดับเกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 เพียงแต่สินทรัพย์ประเภทอื่นเริ่มโตเร็วกว่า จนทำให้โครงสร้างตลาดกระจายตัวมากขึ้น

อีกกลุ่มที่โดดเด่นอย่างชัดเจนคือสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำแบบโทเคนไนซ์ รายงานของ เม็กซ์ซี เวนเจอร์ส(MEXC Ventures) ระบุว่า มูลค่าตลาดในกลุ่มนี้พุ่งจาก 1.4 พันล้านดอลลาร์ เป็น 5.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในช่วงเวลาเดียวกัน นำโดย เทเธอร์ โกลด์ และ แพกซ์ โกลด์ ซึ่งได้แรงซื้อจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนหันมาหาสินทรัพย์ปลอดภัยในรูปแบบที่เชื่อมกับบล็อกเชนมากขึ้น

ตัวเลขการซื้อขายก็สะท้อนแนวโน้มนี้ได้ชัด ในไตรมาส 1 ปี 2026 ปริมาณซื้อขายโทเคนทองคำแตะ 9.07 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าปริมาณซื้อขายตลอดทั้งปี 2025 ที่ 8.46 หมื่นล้านดอลลาร์ไปแล้ว นั่นหมายความว่า ตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการถือครองเพื่อเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมีการใช้งานและหมุนเวียนสภาพคล่องจริงเพิ่มขึ้น

ฝั่งหุ้นและ ETF แบบโทเคนไนซ์ก็เริ่มกลายเป็นตัวแปรสำคัญของการกระจายตลาดเช่นกัน มูลค่าตลาดของหุ้นโทเคนไนซ์อยู่ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2026 โดยเฉพาะสินค้าที่อิงหุ้นเทคโนโลยีได้รับความสนใจมาก เพราะเปิดให้ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกง่ายกว่าระบบเดิม ส่วนปริมาณซื้อขายในไตรมาสเดียวอยู่ที่ 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์ มากกว่ายอดรวมทั้งครึ่งแรกของปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์

ขณะที่ ETF แบบโทเคนไนซ์ยังมีขนาดตลาดไม่ใหญ่มาก อยู่ที่ราว 300 ล้านดอลลาร์ แต่รายงานมองว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะถัดไป เนื่องจากจำนวนผลิตภัณฑ์เริ่มหลากหลายขึ้น และมีโอกาสดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการเครื่องมือการลงทุนแบบดั้งเดิมในโครงสร้างใหม่บนบล็อกเชน

ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ ‘RWA’ ไม่ได้มีเพียงแรงเก็งกำไรจากตลาดคริปโต แต่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและการเข้ามาของผู้เล่นสถาบัน รายงานฉบับนี้มองว่าปี 2025 เป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ของอุตสาหกรรม เพราะในช่วงแรกตลาดยังเผชิญปัญหาความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างการออกและการกระจายสินทรัพย์ แต่เมื่อหลายประเทศเริ่มกำหนดกรอบกำกับดูแลที่ชัดขึ้น บริษัทและสถาบันการเงินก็สามารถพัฒนาธุรกิจภายใต้เงื่อนไขที่แน่นอนกว่าเดิม

ผลลัพธ์คือสถาบันการเงินดั้งเดิมเริ่มเข้ามามีบทบาทชัดเจนขึ้น ทั้งในตลาดพันธบัตร ทองคำ หุ้น และ ETF แบบโทเคนไนซ์ ทำให้ ‘RWA’ ไม่ได้เป็นเพียงสนามทดลองของนักลงทุนคริปโตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่เชื่อมต่อโดยตรงระหว่างการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ภาพรวมในตอนนี้จึงต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ หากก่อนหน้านี้การออกสินทรัพย์บนบล็อกเชนยังถูกมองว่าเป็นการทดลองเชิงเทคโนโลยี ปัจจุบันตลาดเริ่มตอบโจทย์ที่สถาบันต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงของโครงสร้าง หลักประกัน ความโปร่งใส การตีความทางกฎหมาย และกระบวนการหมุนเวียนสินทรัพย์ที่ตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกการเงินแบบดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัลค่อยๆ เลือนลง

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาด ‘RWA’ จะเติบโตเร็ว แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องจับตาอยู่ไม่น้อย เช่น ความแตกต่างของกฎระเบียบในแต่ละประเภทสินทรัพย์ การขาดมาตรฐานกลางสำหรับโครงสร้างการออกโทเคน การกระจุกตัวของสภาพคล่อง รวมถึงประเด็นด้านคัสโตดีและกลไกการไถ่ถอนสินทรัพย์อ้างอิง โดยเฉพาะเมื่อสินทรัพย์นอกกลุ่มพันธบัตรเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น การตรวจสอบสินทรัพย์อ้างอิงและสิทธิทางกฎหมายของผู้ถือก็จะยิ่งสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย

‘ความคิดเห็น’ ประเด็นที่ตลาดต้องพิสูจน์ต่อจากนี้ จึงไม่ใช่แค่การเร่งขนาดให้โตขึ้นอีก แต่คือการสร้างระบบดำเนินงานที่น่าเชื่อถือ โปร่งใส และรองรับผู้เล่นสถาบันได้จริง เพราะเมื่อ ‘RWA’ ถูกดึงเข้าใกล้ระบบการเงินกระแสหลักมากขึ้น นักลงทุนก็มักให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของโครงสร้างมากกว่าตัวเลขการเติบโตเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุด ตลาด ‘RWA’ ในไตรมาส 1 ปี 2026 กำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากโครงสร้างที่ขับเคลื่อนโดยพันธบัตรรัฐบาลเพียงแกนเดียว ไปสู่ระบบที่มีทองคำ หุ้น และ ETF เข้ามามีบทบาทมากขึ้น นี่เป็นสัญญาณว่าการเงินบนบล็อกเชนไม่ได้หยุดอยู่ที่การทดลองเฉพาะกลุ่มอีกแล้ว แต่กำลังพัฒนาไปสู่การผสานกับตลาดสินทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างจริงจัง โดย เม็กซ์ซี เวนเจอร์ส(MEXC Ventures) มองว่า หากความชัดเจนด้านกฎระเบียบและความเชื่อมั่นของสถาบันยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การเติบโตของ ‘RWA’ อาจไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดการเงินในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1