กองทุนอีทีเอฟคริปโต ‘ไฮเปอร์ลิควิด’(Hyperliquid ETF) กลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในตลาด หลังจากดึงสภาพคล่องจากโทเค็น HYPE ไปแล้วถึง ‘1.04%’ ของมูลค่าตลาด ภายในเพียง 10 วันทำการแรก ส่งผลให้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน ‘คริปโต ETF’ ที่เปิดตัวได้แรงที่สุดเมื่อเทียบตามสัดส่วนมาร์เก็ตแคปของสินทรัพย์อ้างอิง
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) จากรายงานของ ‘ไคโรส รีเสิร์ช’ พบว่า หากเทียบยอด ‘เงินไหลเข้า (Net Inflow) สะสม’ ของกองทุนอีทีเอฟคริปโตแบบถือสินทรัพย์จริง (Spot ETF) กับมูลค่าตลาดของเหรียญที่ใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงแล้ว กองทุนไฮเปอร์ลิควิด ETF สามารถดึงเงินใหม่เข้าได้เร็วกว่ากองทุนของบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และโซลานา(SOL) อย่างชัดเจน
‘ไคโรส’ ใช้วิธีประเมิน ‘ดีมานด์’ โดยดูจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าเมื่อเทียบกับขนาดสินทรัพย์ ณ วันที่เริ่มต้นเทรด ผลลัพธ์คือ HYPE ETF ดูดมูลค่าตลาดไปแล้ว 1.04% ขณะที่บิตคอยน์ ETF อยู่ที่ 0.59%, อีเธอเรียม ETF อยู่ที่ 0.41% และโซลานา ETF อยู่ที่ 0.31% ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า HYPE มีเงินไหลเข้ามากที่สุดในเชิง ‘ตัวเลขดอลลาร์’ แต่สะท้อนว่า เมื่อเทียบกับขนาดของเหรียญแล้ว ความสนใจต่อผลิตภัณฑ์ที่อิงกับ ‘ไฮเปอร์ลิควิด’ นั้นโดดเด่นกว่ามาก
ด้าน เอริก บัลชูนายส์ นักวิเคราะห์อีทีเอฟจาก ‘บลูมเบิร์ก’ ระบุว่า กองทุนไฮเปอร์ลิควิด ETF ภายใต้แบรนด์ 21Shares ที่เทรดภายใต้สัญลักษณ์ THYP ปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 50% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เขาเปรียบเทียบว่า ‘DRAM ETF’ ของ Roundhill ใช้เวลา 5 สัปดาห์กว่าจะขึ้นถึงระดับเดียวกัน ขณะที่กองทุนบิตคอยน์แบบถือจริงของแบล็คร็อก(IBIT) ต้องใช้เวลาราว 2 เดือน ‘ความคิดเห็น’ การเปรียบเทียบนี้ชี้ให้เห็นว่า ในแง่ความเร็วของการซื้อขายและการตอบรับจากนักลงทุน HYPE ETF จัดว่าเปิดตัวได้แรงเป็นพิเศษ
ฝั่งกระแสเงินก็สะท้อนภาพเดียวกัน ตามข้อมูลของ SoSoValue กองทุน HYPE ETF มียอดเงินไหลเข้าสุทธิ 6.89 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ของการ “เข้าจดทะเบียนแบบบางส่วน” ระหว่างวันที่ 12–15 พฤษภาคม จากนั้นในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 พฤษภาคม ยอดดังกล่าวพุ่งขึ้นเป็น 68.02 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นหมวดอีทีเอฟที่อิงกับอัลต์คอยน์ซึ่งรับเงินใหม่สูงสุดในช่วงเวลาเดียวกัน
ในทางกลับกัน สินทรัพย์รายใหญ่กลับเจอแรงขายต่อเนื่อง กองทุนบิตคอยน์แบบถือจริงเผชิญกับกระแสเงินไหลออก 1,000 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 พฤษภาคม และเพิ่มเป็น 1,260 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 พฤษภาคม ส่งผลให้ 2 สัปดาห์ดังกล่าวมียอดไหลออกรวมกันกว่า 2,260 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน กองทุนอีเธอเรียม ETF ก็ไม่รอด โดยมียอดเงินไหลออก 255.11 ล้านดอลลาร์ และ 215.99 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับในช่วงเวลาเดียวกัน
อัลต์คอยน์ตัวอื่นยังพอมีสัญญาณบวก แต่ก็ยังตามหลัง HYPE อยู่พอสมควร ในสัปดาห์สุดท้ายตามเกณฑ์เดียวกัน กองทุน XRP แบบถือจริงมีเงินไหลเข้าสุทธิ 22.04 ล้านดอลลาร์ ส่วนกองทุนโซลานา ETF มียอดไหลเข้า 15.63 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ‘ดีมานด์ช่วงต้น’ ต่อกองทุนไฮเปอร์ลิควิด ETF ไม่ธรรมดา อย่างไรก็ดี เกณฑ์วัดของไคโรสจะเน้นเฉพาะเม็ดเงินที่ไหลเข้า ‘ผู้ออกกองทุนใหม่’ และเทียบกับขนาดสินทรัพย์อ้างอิง โดยไม่นับรวมกระแสเงินที่ไหลออกจากผลิตภัณฑ์เก่าอย่าง Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) หรือ Grayscale Ethereum Trust (ETHE) ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ไปเทียบขนาดแบบ ‘มูลค่าเต็ม’ ระหว่างสินทรัพย์ทุกตัวโดยตรง
‘ความคิดเห็น’ แม้จะมีข้อจำกัดด้านวิธีวัด แต่ท่ามกลางกระแสเงินไหลออกจากบิตคอยน์ ETF อย่างต่อเนื่อง การที่ HYPE ETF กลายเป็นศูนย์กลางการไหลเข้าของเงินลงทุนฝั่งอัลต์คอยน์ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นจุดโฟกัสใหม่ของตลาดในระยะสั้น ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ของโปรเจกต์ Hyperliquid เอง และทิศทางของเงินทุนสถาบันที่เริ่มมองหาโอกาสนอกเหนือจากบิตคอยน์และอีเธอเรียม
ความคิดเห็น 0