Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สหภาพยุโรปนับถอยหลังเส้นตาย MiCA 1 ก.ค. 2026 ผู้ให้บริการคริปโตกว่า 83% เสี่ยงไร้ใบอนุญาต CASP

สหภาพยุโรปนับถอยหลังเส้นตาย MiCA 1 ก.ค. 2026 ผู้ให้บริการคริปโตกว่า 83% เสี่ยงไร้ใบอนุญาต CASP / Tokenpost

สหภาพยุโรปกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดคริปโต หลังช่วงผ่อนผันการเปลี่ยนผ่านภายใต้กฎ ‘MiCA’ จะสิ้นสุดในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ส่งผลให้เว็บเทรด ผู้รับฝากสินทรัพย์ และโบรกเกอร์ในภูมิภาคต้องเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ในการปรับตัว รายงานล่าสุดชี้ว่าผู้ให้บริการจำนวนมากยังไม่สามารถขอใบอนุญาตตามกรอบใหม่ได้ทันเวลา สะท้อนว่า ‘MiCA’ กำลังยกระดับมาตรฐานและเพิ่มต้นทุนการเข้าสู่ตลาดคริปโตในยุโรปอย่างชัดเจน

ตามรายงานของ เม็กซ์ซี เวนเจอร์ส เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ให้บริการคริปโตกว่า 1,200 รายที่เคยดำเนินงานภายใต้ระบบจดทะเบียนรายประเทศก่อนหน้า มีเพียงราว 17% เท่านั้นที่เปลี่ยนผ่านสู่ใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโต หรือ CASP ได้สำเร็จ ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยังขออนุญาตไม่ผ่านภายในกรอบเวลา หรืออาจตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดสหภาพยุโรปไปแล้ว

สาระสำคัญของ ‘MiCA’ อยู่ที่การรวมกฎที่เคยกระจัดกระจายในแต่ละประเทศเข้าเป็นกฎหมายชุดเดียวสำหรับสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ จากนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการคริปโตในภูมิภาคจำเป็นต้องถือใบอนุญาต CASP และหากได้รับอนุญาตจากประเทศหนึ่ง ก็จะสามารถใช้สิทธิ ‘พาสปอร์ตติ้ง’ เพื่อขยายบริการไปยังประเทศสมาชิกอื่นได้ด้วย หน่วยงานที่ถูกจับตาในฐานะประตูหลักของการออกใบอนุญาต ได้แก่ หน่วยงานกำกับตลาดการเงินฝรั่งเศส, สำนักงานกำกับดูแลการเงินเยอรมนี, คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินลักเซมเบิร์ก, ธนาคารกลางไอร์แลนด์ และหน่วยงานกำกับตลาดการเงินเนเธอร์แลนด์

เม็กซ์ซี เวนเจอร์ส ระบุว่า ‘MiCA’ ไม่ใช่เพียงระบบลงทะเบียนทั่วไป แต่เป็นกรอบกำกับแบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งการคุ้มครองผู้บริโภค ความโปร่งใสของตลาด มาตรการป้องกันการฟอกเงิน และการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงาน ไม่ใช่แค่เว็บเทรดเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังรวมถึงผู้รับฝากสินทรัพย์ โบรกเกอร์ ผู้จัดการพอร์ต และแพลตฟอร์มปล่อยกู้ ที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาตตามประเภทบริการอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของสเตเบิลคอยน์ กฎ ‘MiCA’ ยังกำหนดให้แยกประเภทระหว่างโทเคนอิเล็กทรอนิกส์มันนี่ หรือ EMT และโทเคนอ้างอิงสินทรัพย์ หรือ ART โดยแต่ละประเภทต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านเงินสำรอง การไถ่ถอน และธรรมาภิบาลที่แตกต่างกัน นี่ทำให้ตลาดสเตเบิลคอยน์ในยุโรปเปลี่ยนจากการแข่งขันแบบเสรี ไปสู่การแข่งขันภายใต้กรอบกำกับที่เข้มงวดมากขึ้น

ตัวเลขการเปลี่ยนผ่านสะท้อนแรงกดดันได้ชัดเจน ก่อน ‘MiCA’ มีผลเต็มรูปแบบ ยุโรปมีผู้ให้บริการคริปโตที่จดทะเบียนในระดับประเทศมากกว่า 1,200 ราย แต่ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต CASP เพียงประมาณ 210 รายเท่านั้น ขณะเดียวกัน บริษัทกฎหมาย โฮแกน โลเวลส์ ประเมินว่า ผู้ประกอบการเดิมราว 75% ถึง 83% อาจไม่สามารถขออนุญาตได้ทันเส้นตาย

ในทางปฏิบัติ มีเพียงผู้เล่นรายใหญ่บางรายเท่านั้นที่ปรับตัวได้ก่อน เช่น คราเคน, คอยน์เบส, บิตสแตมป์, บิตแพนดา, โอเคเอ็กซ์ และ คริปโตดอทคอม ขณะที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอีก 10 ประเทศ ยังไม่มีการออกใบอนุญาต CASP แม้แต่รายเดียว ภาพนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะคัดกรองรอบใหญ่ ซึ่งอาจทำให้การแข่งขันลดลง แต่เปิดทางให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแล้วขยายส่วนแบ่งตลาดได้เร็วขึ้น

ท่าทีของหน่วยงานกำกับก็ชัดเจนมาก เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 (เวลาท้องถิ่น) หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดยุโรป หรือ ESMA ออกแถลงการณ์ว่า หลังวันที่ 1 กรกฎาคม จะไม่มีสถานะกึ่งกลางสำหรับผู้ประกอบการอีกต่อไป หมายความว่า การอยู่ระหว่างพิจารณาใบอนุญาตไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอให้ให้บริการลูกค้าในสหภาพยุโรปต่อได้ หากยังไม่มีใบอนุญาตแล้วดำเนินธุรกิจต่อ จะถือว่าผิดกฎหมายของสหภาพยุโรปทันที

ผลกระทบที่เห็นชัดที่สุดกำลังเกิดขึ้นในตลาดสเตเบิลคอยน์ โดย เทเธอร์(USDT) ยังไม่ได้รับสถานะที่สอดคล้องกับกรอบ ‘MiCA’ ทำให้การหมุนเวียนในตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับในยุโรปถูกจำกัดอย่างมาก ตรงกันข้าม ยูเอสดีคอยน์(USDC) และ EURC ของเซอร์เคิล กลับผ่านเกณฑ์และยังรักษาสถานะสเตเบิลคอยน์ที่ใช้งานได้ในตลาดนี้ต่อไป

เมื่อพิจารณาว่า เทเธอร์(USDT) ครองสัดส่วนสำคัญของสภาพคล่องในตลาดคริปโตโลก การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ได้กระทบแค่ผู้ออกเหรียญ แต่ยังอาจเปลี่ยนโครงสร้างคู่ซื้อขายและการจัดสภาพคล่องของเว็บเทรดในยุโรปทั้งหมด คู่ซื้อขายที่เคยอ้างอิง เทเธอร์(USDT) เป็นหลัก มีแนวโน้มถูกแทนที่ด้วย ยูเอสดีคอยน์(USDC) หรือสเตเบิลคอยน์สกุลยูโรมากขึ้นในระยะต่อไป

สำหรับผู้ให้บริการที่ยังไม่มีใบอนุญาต CASP และยังให้บริการลูกค้าในสหภาพยุโรปอยู่ เส้นตายวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ถือเป็นจุดตัดสำคัญ เพราะหลังจากนั้นอาจต้องหยุดดำเนินงานทันที พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าถอนสินทรัพย์ โอนย้ายไปยังแพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาต หรือย้ายไปยังกระเป๋าเงินแบบดูแลด้วยตนเอง

ฝั่งผู้ใช้งานเองก็ไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงนี้ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่มีใบอนุญาต CASP หรือไม่ ผ่านทะเบียนของหน่วยงานกำกับในแต่ละประเทศ เพราะหากยังใช้บริการจากผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตาม ‘MiCA’ อาจเจอความเสี่ยงตั้งแต่การถอนเงินล่าช้า ไปจนถึงการถูกระงับบริการแบบกะทันหัน

ท้ายที่สุด ‘MiCA’ อาจกลายเป็นหมุดหมายที่เปลี่ยนตลาดคริปโตยุโรปจากระบบที่เปิดกว้าง ไปสู่ตลาดที่ขับเคลื่อนโดยผู้เล่นที่ได้รับอนุญาตอย่างเต็มรูปแบบ แม้อัตราการเปลี่ยนผ่านที่ต่ำจะสะท้อนความยากของการปรับตัว แต่ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ได้แล้วก็จะมีความได้เปรียบสูงในการเข้าถึงตลาดเดียวของสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ

"ความคิดเห็น" เส้นตายของ ‘MiCA’ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเอกสารกำกับดูแล แต่เป็นการคัดกรองโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ ผู้ชนะในรอบนี้อาจไม่ใช่บริษัทที่โตเร็วที่สุด แต่เป็นบริษัทที่สร้างระบบกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และโครงสร้างสภาพคล่องให้สอดคล้องกับกฎได้เร็วที่สุด หลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ตลาดยุโรปอาจไม่ใช่พื้นที่ของทุกคนอีกต่อไป แต่จะเป็นสนามของผู้เล่นที่ผ่านมาตรฐาน ‘MiCA’ เท่านั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

สหรัฐฯ–ยุโรปหนุนกฎเหล็กคริปโต: เดือดศึกตลาดทำนายผล-เข้ม MiCA-คองเกรสห้ามออก CBDC ถึงปี 2030

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1