Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ราคาร่วงต่ำกว่าต้นทุนขุด 5 เดือน ฉุด 20% ผู้ขุดขาดทุน แต่ ‘วาฬ’ เร่งสะสมเหรียญ

ราคาบิตคอยน์(BTC) ร่วงต่ำกว่าต้นทุนการขุดต่อเนื่อง กดดัน ‘ความสามารถทำกำไร’ ของอุตสาหกรรมขุดอย่างหนัก ข้อมูลล่าสุดชี้แล้วว่าผู้ขุดประมาณ 20% กำลังเผชิญภาวะขาดทุน ขณะที่สัญญาณสะสมเหรียญของรายใหญ่เริ่มเด่นชัด ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโต

เจพีมอร์แกน(JP Morgan) ประเมินในรายงานล่าสุดว่า ต้นทุนการขุดเฉลี่ยของบิตคอยน์(BTC) อยู่ที่ราว 78,000 ดอลลาร์ สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันบริเวณ 62,500 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ หมายความว่าราคา ‘ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต’ ต่อเนื่องมาแล้วประมาณ 5 เดือน สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกระแสเงินสดของผู้ให้บริการขุดทั่วโลก

อ้างอิงข้อมูลจากคอยน์แชร์ส(CoinShares) ที่เจพีมอร์แกนหยิบมาใช้ วิเคราะห์พบว่าผู้ขุดราว 20% เข้าสู่โหมดขาดทุนเต็มตัวแล้ว โดยเฉพาะบริษัทขุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นและต้นทุนดำเนินงานสูง รายงานระบุว่าบริษัทเหล่านี้เทขายบิตคอยน์รวมกันมากกว่า 32,000 BTC ในไตรมาส 1 เพียงไตรมาสเดียว เพื่อระดมเงินสดมาหมุนเวียน ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าปริมาณขายที่คาดการณ์ทั้งปี 2025 เสียอีก ‘ความคิดเห็น’ การเร่งขายของฝั่งขุดในช่วงสภาพคล่องตึงตัว อาจกลายเป็นแรงกดดันฝั่งอุปทานที่ตลาดต้องจับตาใกล้ชิด

ในเชิงโครงสร้าง บิตคอยน์(BTC) มี ‘กลไกปรับสมดุลอัตโนมัติ’ ผ่านระบบแฮชเรตและความยากในการขุด (Difficulty) เมื่อราคาตลาดเคลื่อนไหวต่ำกว่าต้นทุน การขุดจะเริ่มไม่คุ้มค่า ผู้ขุดที่มีต้นทุนไฟฟ้าสูงหรือเครื่องขุดประสิทธิภาพต่ำจะทยอยปิดเครื่อง ส่งผลให้แฮชเรต (พลังประมวลผลรวมของเครือข่าย) ลดลง ตามมาด้วยการปรับลดความยากการขุด

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ความยากในการขุดถูกปรับลงราว 10% นับเป็นการปรับลดครั้งใหญ่เป็นอันดับสองของปีนี้ การปรับนี้สะท้อนว่า ‘ผู้เล่นต้นทุนสูง’ บางส่วนเริ่มถูกคัดออกจากระบบ ทำให้เครือข่ายกลับเข้าสู่ระดับต้นทุนใหม่ที่เหมาะสมมากขึ้น นักวิเคราะห์มองว่านี่คือกระบวนการ ‘ฟื้นสมดุล’ ตามกลไกของโปรโตคอล ที่ออกแบบมาให้รองรับวัฏจักรราคาได้โดยไม่ต้องมีตัวกลาง

เจพีมอร์แกนยังระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและความยากการขุดเริ่ม ‘ไวต่อกันมากขึ้น’ เมื่อผู้ขุดจำนวนมากยืนอยู่ใกล้จุดคุ้มทุน (Breakeven) ส่งผลให้รูปแบบการดำเนินงานเปลี่ยนไปสู่การบริหารแบบยืดหยุ่น ผู้ขุดจำนวนไม่น้อยหันมาเปิด–ปิดเครื่องตามการแกว่งของราคาในระยะสั้น เพื่อรักษาอัตรากำไร ทำให้ความยากการขุดอาจถูกปรับขึ้นลงถี่และแรงกว่าช่วงก่อนหน้า

ช่วงที่บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวต่ำกว่าต้นทุนการขุด จึงอาจเห็นรอบการปรับความยากที่ ‘บ่อยและรุนแรงขึ้น’ ด้านหนึ่งช่วยให้เครือข่ายรักษาความปลอดภัยและแรงจูงใจของผู้ขุดในภาพรวมได้ แต่อีกด้านก็เพิ่มระดับความผันผวนเชิงโครงสร้างในตลาดขุด ทั้งในแง่รายได้ กระแสเงินสด และกลยุทธ์ถือเหรียญหรือขายเหรียญของผู้ประกอบการ

แม้บรรยากาศในอุตสาหกรรมขุดจะเอนเอียงไปทางระมัดระวัง แต่เจพีมอร์แกนชี้ว่า ‘ภาวะมองลบ’ ที่ขยายตัวมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นสัญญาณเชิงบวกได้เช่นกัน เมื่อราคากดต่ำกว่าต้นทุนและข่าวเชิงลบครอบงำตลาด ผู้เล่นระยะยาวและสถาบันบางส่วนกลับเพิ่มจังหวะสะสมเหรียญ

ข้อมูลออนเชนช่วงหลังชี้ให้เห็นทั้งแรงซื้อจากกระเป๋า ‘วาฬ’ ที่มากขึ้น และปริมาณบิตคอยน์(BTC) บนกระดานเทรดที่ทยอยลดลง ปรากฏการณ์ ‘การสะสม (accumulation)’ แบบคู่ขนานเช่นนี้ มักถูกตีความว่าเป็นการย้ายเหรียญออกจากสภาพคล่องหมุนเวียนระยะสั้น ไปสู่การถือระยะยาวที่กระจายตัวมากขึ้น

สถานการณ์ที่ราคาบิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวต่ำกว่าต้นทุนการขุดต่อเนื่อง จึงดูเป็นแรงกดดันในระยะสั้น แต่ในเชิงโครงสร้าง ทั้งกลไกปรับสมดุลของเครือข่ายและการเปลี่ยนแปลงด้านอุปสงค์–อุปทาน อาจกลายเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ของแนวโน้มในระยะถัดไป ซึ่งนักลงทุนคริปโตจำเป็นต้องติดตามทั้งฝั่งผู้ขุดและฝั่งผู้ถือระยะยาวควบคู่กันไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1