Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินทุนไหลออก ETF บิตคอยน์(BTC) ชะลอตัว แต่ดอกเบี้ยขาขึ้นกดดันจำกัดโอกาสรีบาวด์ราคา

ตลาดกลับมาเปิดทำการหลังวันหยุดยาวในสหรัฐฯ ท่ามกลางสองปัจจัยหลักที่อาจสั่นคลอนทิศทางราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ได้แก่ กระแสเงินทุนในกองทุน ETF และ ‘คาดการณ์ดอกเบี้ย’ ที่เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

ในตลาดสหรัฐฯ ‘กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอต’ ยังเผชิญแรงไหลออกต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่มีการซื้อขายสั้นลง กองทุนมียอด ‘เงินทุนสุทธิไหลออก’ ราว 228 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.5 แสนล้านวอน นับเป็นการไหลออกต่อเนื่องติดต่อกัน 6 สัปดาห์ มูลค่ารวมแตะประมาณ 5.94 พันล้านดอลลาร์ (ราว 9.1 ล้านล้านวอน)

อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของแรงขายเริ่มชะลอลง เล็กน้อย สัปดาห์ก่อนหน้านี้ตัวเลขไหลออกอยู่ที่ราว 315.84 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ในช่วง 4 สัปดาห์ก่อนหน้าตัวเลขไหลออกสูงกว่าระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ และยังมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นด้วยซ้ำ

บริษัทการลงทุนอย่าง ‘ทากุสแคปิตัล’ ให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า แม้ภาพรวมตลาดยังไม่กลับเข้าสู่โหมด “เงินทุนไหลเข้า” อย่างชัดเจน แต่การลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบันผ่านการเทขายสินทรัพย์ ‘น่าจะผ่านช่วงที่ดุดันที่สุดไปแล้ว’ พร้อมมองว่าเริ่มเห็นสัญญาณ “สับเปลี่ยนสินทรัพย์” หรือการจัดพอร์ตใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันฝั่งขาย และอาจกลายเป็นแรงรองรับ ‘ราคาเชิงพื้นฐาน’ ในระยะสั้น

อีกด้านหนึ่ง ปัจจัย ‘ดอกเบี้ย’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญผ่านปรากฏการณ์ ‘ดีคัพลิง’ ระหว่าง ‘อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ’ และ ‘ราคาน้ำมันดิบ’ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งมักสะท้อน ‘คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย’ ของเฟด กลับดีดขึ้นแตะราว 4.21% สูงสุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2025

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดการเงินกำลังให้ ‘น้ำหนัก’ กับโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย หรืออย่างน้อยการคงดอกเบี้ยในระดับสูง ต่อไป มากกว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะผลกระทบล่าช้าจาก ‘การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเมื่อเดือนมีนาคม’ ที่อาจส่งผ่านไปกระตุ้นเงินเฟ้อรอบใหม่

ตัวเลข ‘ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE)’ ซึ่งเฟดใช้เป็นดัชนีเงินเฟ้อหลัก ถูกจับตาว่าจะยืนยันกระแสนี้ ตลาดคาดว่า Core PCE จะปรับขึ้นราว 0.37% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งหากออกมาตามคาด จะเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 เป็นต้นมา

เมื่อนำปัจจัยทั้งหมดมาประกอบกัน แม้ ‘เงินทุนไหลออกจาก ETF บิตคอยน์(BTC) จะเริ่มชะลอตัว’ แต่การที่ตัวเลขยังคงเป็น ‘สุทธิไหลออก’ อยู่ ประกอบกับแรงกดดันฝั่งดอกเบี้ยที่ยังโน้มไปในทิศทางขาขึ้น ทำให้โอกาสที่ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ จะดีดตัวแรงในระยะสั้นถูกมองว่ามี ‘ข้อจำกัด’ อยู่พอสมควร

นอกจากนี้ กลยุทธ์รับมือความผันผวนของหุ้นบุริมสิทธิ ‘STRC’ ของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดอย่าง ‘สเตรทิจี้(STRC)’ ยังถูกจับตาในฐานะตัวแปรเสริมต่อบรรยากาศการลงทุน ฝั่งสถาบันและสัญญาณจากปัจจัยมหภาคกำลังเคลื่อนสวนกัน ทำให้ตลาดบิตคอยน์(BTC) ดูเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่ช่วง ‘เปลี่ยนผ่าน’ ที่นักลงทุนจำนวนมากเลือกจะยืนข้างสนาม จับตาทิศทางรอบใหม่ มากกว่าลงเดิมพันเชิงรุกในทันที

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1