โคไมน์นิ่ง(GoMining) บริษัทขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ เปิดตัวโซลูชันชำระเงินใหม่ ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับ ‘บิตคอยน์โดยตรง’ และชำระเงินแบบออนเชนครบวงจร ตั้งแต่รับเงินจนถึงการชำระขั้นสุดท้าย โดยไม่ต้องแปลงเป็นเงินเฟียตเหมือนโมเดลของฟินเทคส่วนใหญ่ในตลาด
เมื่อวันที่ 21 (เวลาท้องถิ่น) โคไมน์นิ่งประกาศเปิดตัวโปรโตคอลการชำระเงินใหม่ในชื่อ ‘โกBTC เพย์(GoBTC Pay)’ ให้บริษัทต่าง ๆ สามารถรับชำระสินค้าและบริการเป็นบิตคอยน์(BTC) โดยการประมวลผลธุรกรรมและการชำระขั้นสุดท้ายจะเกิดขึ้นบนบล็อกเชนบิตคอยน์โดยตรง ทั้งยังวางตัวเป็นคู่แข่งของบริการชำระเงินจากสแควร์(Square) ภายใต้บริษัท บล็อก($XYZ) ที่ร่วมก่อตั้งโดย แจ็ค ดอร์ซีย์(Jack Dorsey)
ในตลาดปัจจุบัน ผู้ให้บริการชำระเงินจำนวนมากแม้จะรองรับการจ่ายด้วยบิตคอยน์ แต่ฝั่งร้านค้ากลับได้รับเงินเป็นสกุลเงินเฟียต เช่น ดอลลาร์หรือยูโร ผ่านกระบวนการแปลงสกุลอัตโนมัติ ขณะที่โคไมน์นิ่งเลือกแนวทางตรงกันข้าม คือรักษา ‘บิตคอยน์’ ให้คงอยู่ตลอดเส้นทางธุรกรรม ร้านค้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าต้องการแปลงบิตคอยน์ที่ได้รับเป็นเงินเฟียตเมื่อใด และผ่านช่องทางใด
มาร์ก ซาลาน(Mark Zalan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโคไมน์นิ่ง ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการรักษา ‘แก่นของบิตคอยน์’ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาจริงในระบบการชำระเงินยุคปัจจุบัน เช่น ‘ค่าธรรมเนียมสูง’ และ ‘การชำระล่าช้า’ โดยไม่พยายามดัดแปลงบิตคอยน์ให้ไปเข้ากรอบของระบบดั้งเดิมมากเกินไป ‘ความคิดเห็น’ เขาย้ำด้วยว่า โครงสร้างแบบ ‘ไม่รับฝากทรัพย์สิน (non-custodial)’ และการคงไว้ซึ่ง ‘ความเป็นที่สุดของธุรกรรมบนเชน (onchain finality)’ เป็นแกนสำคัญของบริการนี้
เพื่อเร่งการใช้งาน โคไมน์นิ่งได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ดีเวลอปเมนต์คิต (SDK) และแอปพลิเคชันโปรแกรมมิงอินเตอร์เฟซ (API) สำหรับนักพัฒนาในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อและผสานระบบของตนเข้ากับ ‘โกBTC เพย์’ ได้โดยตรง โคไมน์นิ่งตั้งเป้าดึงร้านค้าเริ่มต้นราว 10 รายในช่วงแรก เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาในการทดสอบความเสถียรของระบบ ควบคู่กับการยืนยันศักยภาพการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์
ด้านโครงสร้างการชำระเงิน ‘โกBTC เพย์’ ใช้โปรโตคอลขุด ‘สตราตัม V2(Stratum V2)’ ของโคไมน์นิ่งในการเชื่อมต่อและชำระธุรกรรมบนเครือข่ายบิตคอยน์โดยตรง ระยะเวลาเฉลี่ยในการชำระเสร็จสิ้นอยู่ที่ราว 12 ชั่วโมง โดยคิดค่าธรรมเนียมธุรกรรมประมาณ 0.2% ซึ่งจะถูกแบ่งให้ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลและนักขุดบิตคอยน์ในสัดส่วนเท่า ๆ กัน โครงสร้างแบบนี้ต่างจากผู้ให้บริการที่ใช้ ‘ไลท์นิง เน็ตเวิร์ก’ ซึ่งมุ่งเน้น ‘ความเร็วในการชำระ’ เป็นหลัก ขณะที่โคไมน์นิ่งเลือกจะให้ความสำคัญกับ ‘ความปลอดภัยของเครือข่าย’ และ ‘ความกระจายศูนย์’ เป็นหัวใจหลัก ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนทิศทางของกลุ่มที่ต้องการรักษาบิตคอยน์ในรูปแบบออนเชน มากกว่าการใช้โซลูชันเลเยอร์ 2 เพื่อแลกกับความคล่องตัว
ในอีกฟากหนึ่ง สแควร์ของ บล็อก($XYZ) เดินหน้าขยายระบบชำระเงินด้วยบิตคอยน์ผ่านไลท์นิงมาตลอดปีที่ผ่านมา โมเดลของสแควร์จะทำการแปลงบิตคอยน์เป็นดอลลาร์โดยอัตโนมัติ ก่อนจ่ายให้ร้านค้า เพื่อช่วยลดความผันผวนด้านราคาสินทรัพย์ดิจิทัล แต่หากร้านค้าต้องการ ก็สามารถเลือกที่จะรับชำระและเก็บบิตคอยน์ไว้ได้โดยตรงเช่นกัน
ท่ามกลางภาพดังกล่าว โคไมน์นิ่งจึงเหมือนกำลัง ‘เดิมพัน’ กับการเติบโตของกลุ่มบริษัทที่มอง ‘บิตคอยน์’ ไม่ใช่แค่ ‘สื่อกลางในการชำระเงิน’ แต่เป็น ‘สินทรัพย์สะสมมูลค่า’ ที่ต้องการถือครองบนงบดุลอย่างชัดเจน การที่ร้านค้ารับบิตคอยน์ ‘ในรูปเดิม’ โดยไม่ผ่านการแปลงสกุล ชี้ให้เห็นความเชื่อว่าความต้องการใช้บิตคอยน์ในฐานะทรัพย์สินระยะยาว จะเพิ่มมากขึ้นในหมู่ธุรกิจทั้งรายเล็กและรายใหญ่
ตลาดการชำระเงินด้วยบิตคอยน์กำลังแตกแขนงตามแนวทางเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ระหว่างฝั่งที่เลือก ‘ความเร็วและความสะดวก’ ผ่านเลเยอร์ 2 อย่างไลท์นิง กับฝั่งที่ยืนหยัดใช้โครงสร้าง ‘ออนเชน’ เต็มรูปแบบเพื่อรักษาแบบแผนดั้งเดิมของเครือข่ายบิตคอยน์ การแข่งขันระหว่างสแควร์ของ บล็อก($XYZ) กับโคไมน์นิ่ง อาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญว่า ตลาดจะให้ ‘น้ำหนัก’ กับแนวทางใดมากกว่ากันในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0