มันนี่แกรม (MoneyGram) ขยายบริการ มันนี่แกรม แรมป์ (MoneyGram Ramps) ที่เชื่อมเงินสดเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัลบนเครือข่าย โซลานา(SOL) ให้ครอบคลุมกระเป๋าเงินดิจิทัล ตลาดซื้อขาย และนักพัฒนาในระบบนิเวศโซลานาแล้ว โดยรองรับการฝากเงินสดในกว่า 25 ประเทศ และถอนเงินสดได้ในกว่า 170 ประเทศ
Coindesk รายงานเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ว่า มันนี่แกรม แรมป์ เปิดให้บริการแก่กระเป๋าเงิน ตลาดซื้อขาย และผู้พัฒนาในระบบนิเวศโซลานาแล้ว ผู้ใช้สามารถแปลงเงินสดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือถอนสินทรัพย์ที่ถืออยู่ออกมาเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้ผ่านบริการที่เชื่อมต่อกัน
เป้าหมายหลักของการขยายครั้งนี้คือช่วยให้กระเป๋าเงิน ตลาดซื้อขาย และนักพัฒนา เชื่อมเครือข่ายเงินสดทั่วโลกของมันนี่แกรมเข้ากับบริการของตัวเองได้ โดยไม่ต้องสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อกับธนาคารหรือจุดรับ-จ่ายเงินสดขึ้นมาเอง ผู้ให้บริการแต่ละรายเพียงติดตั้งฟังก์ชันฝาก-ถอนเข้าไปในระบบที่มีอยู่แล้วเท่านั้น
หน้าเว็บทางการของมันนี่แกรม แรมป์ ระบุว่าบริการนี้เชื่อมกระเป๋าเงินดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายเงินสดในกว่า 170 ประเทศ และหน้าจอการใช้งานก็นำเสนอฟังก์ชันเติมเงินสดและถอนเงินเป็นขั้นตอนหลัก
ระบบ ออนแรมป์-ออฟแรมป์ (On/Off-ramp) หมายถึงช่องทางเชื่อมต่อระหว่างเงินสดกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยทั่วไปออนแรมป์คือกระบวนการใช้เงินสดซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนออฟแรมป์คือกระบวนการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลกลับเป็นเงินสกุลท้องถิ่น
แอนโธนี ซูฮู (Anthony Soohoo) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมันนี่แกรม กล่าวว่า “อนาคตของการชำระเงินถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการเข้าถึงได้” เขาอธิบายว่าการเชื่อมมันนี่แกรม แรมป์ เข้ากับโซลานาเป็นอีกก้าวหนึ่งของการสร้างเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกแบบเปิด
มันนี่แกรมยังชูจุดแข็งด้านเครือข่ายโอนเงินที่มีฐานลูกค้าใช้งานจริงราว 60 ล้านคน โดยวางแผนเชื่อมเครือข่ายการชำระเงินบนบล็อกเชนเข้ากับเครือข่ายรับ-จ่ายเงินสดที่มีอยู่เดิม เพื่อขยายขอบเขตให้ผู้ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลเข้าถึงสกุลเงินท้องถิ่นได้กว้างขึ้น
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องจากแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ที่มันนี่แกรมผลักดันมาต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนเมษายน 2026 มันนี่แกรมต่อสัญญาความร่วมมือกับ สเตลลาร์ (Stellar) และประกาศแผนขยายธุรกิจในภูมิภาคลาตินอเมริกา
ต่อมาในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน มันนี่แกรมออกสเตเบิลคอยน์อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐในชื่อ MGUSD ก่อนจะเข้าร่วมเป็น validator ของโซลานา และเข้าร่วมแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาบนโซลานาด้วย
validator คือผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมและร่วมดูแลการทำงานของเครือข่ายบล็อกเชน การเข้าร่วมของมันนี่แกรมในบทบาทนี้สะท้อนว่าบริษัทเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐานระดับสถาบันของโซลานา แยกต่างหากจากการออกผลิตภัณฑ์โอนเงินสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะมองว่าการเชื่อมต่อกับโซลานาครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเดิมทั้งหมด เพราะเอกสารสำหรับนักพัฒนาของมันนี่แกรมยังอธิบายว่ามันนี่แกรม แรมป์ เป็นช่องทางออนแรมป์-ออฟแรมป์ของ ยูเอสดีคอยน์(USDC) ที่อยู่บนเครือข่ายสเตลลาร์เป็นหลัก
เอกสารดังกล่าวระบุว่ากระเป๋าเงินบนเชนอื่นที่ไม่ใช่สเตลลาร์สามารถ ‘บริดจ์’ ยูเอสดีคอยน์เข้ามาเชื่อมต่อกับมันนี่แกรม แรมป์ ได้เช่นกัน โดยการบริดจ์คือวิธีย้ายสินทรัพย์ข้ามเครือข่ายบล็อกเชนที่แตกต่างกัน
ด้วยเหตุนี้ การเชื่อมต่อกับโซลานาจึงถูกตีความว่าเป็นการขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป คือเพิ่มช่องทางเข้าถึงจากเชนอื่นเข้าไปในโครงสร้างแรมป์เดิมที่มีสเตลลาร์เป็นแกนหลัก ทั้งนี้ หน้าเว็บมันนี่แกรม แรมป์ และเอกสารสำหรับนักพัฒนายังมีรายละเอียดเรื่องสถานะการเปิดให้บริการและโครงสร้างรองรับที่อ่านได้ต่างกันอยู่บ้าง ขอบเขตการเปิดให้บริการจริงจึงยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง
โซลานา ฟาวเดชัน (Solana Foundation) ระบุว่าการเข้าร่วมของมันนี่แกรมเป็นตัวอย่างของการเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายการชำระเงินเดิมกับเครือข่ายบล็อกเชน พร้อมยกให้เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาการขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับสถาบัน เคียงคู่กับ มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) เวิลด์เพย์ (Worldpay) และ เวสเทิร์นยูเนียน (Western Union)
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า มันนี่แกรมขยายบริการโอนเงินสดบนเครือข่ายโซลานาไปยังกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค โดยขอบเขตล่าสุดที่เปิดเผยครั้งนี้คือการฝากเงินสดในกว่า 25 ประเทศ และการถอนเงินสดในกว่า 170 ประเทศ ซึ่งเน้นหนักไปที่การขยายเครือข่ายเชื่อมต่อเงินสดสำหรับกระเป๋าเงิน ตลาดซื้อขาย และนักพัฒนา มากกว่าผลิตภัณฑ์โอนเงินใหม่สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
ความคิดเห็น 0