ETF บิตคอยน์(BTC) แบบสปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 144.6 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ก่อนที่วันซื้อขายถัดมาจะพลิกกลับมาเป็นไหลเข้าสุทธิเล็กน้อย ทำให้กระแสเงินไหลออกไม่ต่อเนื่องเป็นแนวโน้มยาว
ตามข้อมูลของ Farside Investors ยอดไหลออกสุทธิของ ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม อยู่ที่ 144.6 ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าตลาด ETF พลิกเป็นไหลออกสุทธิครั้งแรกในรอบ 5 วันซื้อขาย ทำให้ประเด็นสำคัญของการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้คือกระแสเงินจะกลับมาไหลเข้าอีกครั้งหรือไม่
เมื่อแยกตามกองทุน แบล็คร็อค(BlackRock) IBIT มีเงินไหลออก 53.6 ล้านดอลลาร์ ฟิเดลิตี้(Fidelity) FBTC ไหลออก 40.3 ล้านดอลลาร์ บิตไวส์(Bitwise) BITB ไหลออก 28.4 ล้านดอลลาร์ แฟรงคลิน(Franklin) EZBC ไหลออก 7.4 ล้านดอลลาร์ และเกรย์สเกล(Grayscale) GBTC ไหลออก 52.0 ล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน กองทุน Grayscale BTC มีเงินไหลเข้า 37.1 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าแม้แต่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจัดการสินทรัพย์เดียวกันก็ยังมีทิศทางเงินทุนที่ต่างกัน ซึ่งช่วยหักล้างยอดไหลออกสุทธิของตลาดโดยรวมได้บางส่วน
วันที่ 11 สิงหาคม ETF บิตคอยน์แบบสปอตทั้งหมดมีเงินไหลเข้าสุทธิ 7.8 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าเงินไหลออกก้อนใหญ่ที่เกิดขึ้นในวันเดียวไม่ได้ลากยาวไปถึงวันซื้อขายถัดไป
กระแสเงินทุนของ ETF แบบสปอตถูกใช้เป็น 'ตัวชี้วัด' อุปสงค์ที่ไหลเข้าออกจากบิตคอยน์ผ่านผลิตภัณฑ์การเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายวันอาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่บริษัทผู้ออกกองทุนเปิดเผยข้อมูลและเกณฑ์การรวบรวม จึงยากที่จะตัดสินทิศทางระยะกลางถึงยาวจากความเคลื่อนไหวเพียงวันเดียว
AMBCrypto วิเคราะห์ว่าการไหลออกครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับช่วงที่ตลาดแข็งแกร่งในเดือนมีนาคมถึงเมษายน ก่อนพลิกอ่อนตัวลงในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน โดยระบุว่าหาก 'ปริมาณสัญญาคงค้าง' (open interest) เพิ่มขึ้นขณะที่อุปสงค์ในตลาดสปอตอ่อนแรง แนวโน้มขาขึ้นที่พึ่งพาการใช้เลเวอเรจอาจสั่นคลอนได้
ปริมาณสัญญาคงค้างหมายถึงขนาดของสัญญาอนุพันธ์ที่ยังไม่ถูกปิดหรือชำระบัญชี แม้ราคาจะปรับขึ้นพร้อมกับปริมาณสัญญาคงค้างที่เพิ่มขึ้น แต่หากแรงซื้อในตลาดสปอตไม่แข็งแกร่งเพียงพอ ความผันผวนจากการปิดสถานะอนุพันธ์ก็อาจรุนแรงขึ้น
AMBCrypto ระบุด้วยว่าดัชนีพรีเมียมของโคอินเบส(Coinbase) ลดลงมากกว่า 160% เมื่อเทียบรายสัปดาห์ สะท้อนว่าแรงซื้อจากนักลงทุนสหรัฐฯ อ่อนแรงลง ตัวเลขดังกล่าวสื่อวิเคราะห์นำเสนอโดยอ้างอิงข้อมูลของคริปโตควอนท์(CryptoQuant) ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตีความการไหลออกครั้งนี้ว่าเป็นสัญญาณขาลง
ในเดือนมิถุนายน บิตคอยน์เคยร่วงลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินไหลออกจาก ETF ความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยสูง และการโยกเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งช่วงนั้นการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ ETF เกิดขึ้นพร้อมกับราคาที่อ่อนตัว ทำให้ตลาดระมัดระวังมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณตรงข้ามให้เห็นเช่นกัน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ ดึงเงินไหลเข้าราว 727 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม โดย TokenPost เคยรายงานกรณีที่เงินไหลเข้า ETF ช่วยพยุงทิศทางราคาบิตคอยน์ไว้ก่อนหน้านี้
Economic Times รายงานว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ETF บิตคอยน์และอีเธอเรียม(ETH) มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมกันราว 1.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่างจากเงินไหลออกรายวัน โดยแนวโน้มรายสัปดาห์ยังคงรักษาทิศทางไหลเข้าไว้ได้
มุมมองของสถาบันและนักลงทุนก็แตกต่างกันไป สำหรับผู้เล่นในตลาดที่ให้ความสำคัญกับกระแสเงินทุนระยะสั้น เงินไหลออกสุทธิครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าอุปสงค์กำลังอ่อนแรงลงหรือไม่ แต่สำหรับนักลงทุนที่มองภาพรวมรายสัปดาห์ การพลิกกลับมาไหลเข้าสุทธิในวันถัดมาก็เป็นตัวเลขที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบกันด้วย
ณ เวลาที่รายงานข่าวนี้เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 63,599 ดอลลาร์ แม้เงินจะไหลออกจาก ETF ถึง 144.6 ล้านดอลลาร์ แต่ราคาก็ไม่ได้ร่วงลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ในทันที
เมื่อทั้งเงินไหลออกสุทธิในวันที่ 10 สิงหาคมและเงินไหลเข้าสุทธิในวันที่ 11 สิงหาคมได้รับการยืนยันต่อเนื่องกัน ทิศทางอุปสงค์ของสถาบันจึงน่าจะต้องรอดูข้อมูลรายวันเพิ่มเติมเพื่อชี้ชัด เท่าที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือหลังเงินไหลออกก้อนใหญ่ในวันเดียว มีเงินไหลกลับเข้ามาเพียง 7.8 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ความคิดเห็น 0