ดาต้าบริกส์ (Databricks) ปิดดีลระดมทุนมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์ และได้รับการประเมินมูลค่าบริษัทที่ 1.9 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการโซลูชันข้อมูลองค์กรและแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงดันมูลค่าบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้พุ่งขึ้นต่อเนื่อง
ดาต้าบริกส์เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ว่าปิดรอบระดมทุนนี้เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานของ CNBC โดยบริษัทระบุว่าอัตราการทำรายได้ (revenue run rate) ในไตรมาสที่ 2 ทะลุ 7,000 ล้านดอลลาร์ เติบโตกว่า 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อ 6 เดือนก่อน บริษัทเพิ่งปิดดีลระดมทุนแบบหุ้น 5,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมวงเงินกู้ใหม่อีก 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนั้นดาต้าบริกส์มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 1.34 แสนล้านดอลลาร์
มูลค่าประเมินใหม่สูงกว่าครั้งก่อนถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ตอกย้ำแนวโน้มที่บริษัท AI รายใหญ่มักได้รับการประเมินมูลค่าสูงในตลาดนอกตลาด (private market) ก่อนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เสียอีก
ดาต้าบริกส์ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 เป็นบริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล ให้บริการด้านการประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์ การกำกับดูแลข้อมูล (data governance) และสภาพแวดล้อมสำหรับสร้างแอปพลิเคชัน เพื่อให้องค์กรต่างๆ นำข้อมูลของตัวเองไปสร้าง 'AI เอเจนต์' และแอปพลิเคชันได้
ตำแหน่งของดาต้าบริกส์ในอุตสาหกรรม AI แตกต่างจากบริษัทพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ทั่วไป เพราะไม่ได้ชูตัวโมเดล AI เป็นจุดขายหลัก แต่เน้นบทบาทโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมข้อมูลภายในองค์กรให้ใช้งานได้จริงกับบริการ AI ในการทำงาน
บริษัทติดอันดับ 3 ใน CNBC Disruptor 50 ประจำปี 2026 และแม้จะยังไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ CNBC รายงานว่ามูลค่าตลาดของดาต้าบริกส์แซงหน้าคู่แข่งที่จดทะเบียนแล้วอย่างสโนว์เฟลก(Snowflake, SNOW) ไปแล้ว
ผลิตภัณฑ์ล่าสุดอย่าง 'เลคเบส (Lakebase)' ฐานข้อมูลสำหรับ AI เอเจนต์ที่เพิ่งเปิดตัว มีอัตราการทำรายได้ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว ตามที่ดาต้าบริกส์ระบุ
การเปิดตัวเลคเบสสะท้อนว่าดาต้าบริกส์กำลังขยายขอบเขตธุรกิจจากการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเดิม ไปสู่ฐานข้อมูลและสภาพแวดล้อมสำหรับรันแอปพลิเคชัน AI นอกจากนี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทยังรุกเข้าสู่ธุรกิจความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยซอฟต์แวร์ 'เลควอตช์ (Lakewatch)'
การระดมทุนครั้งนี้ยังน่าจับตาในแง่ระยะห่างจากตลาด IPO ด้วย เพราะดาต้าบริกส์เป็นหนึ่งในบริษัทที่สามารถเลื่อนกำหนดการเข้าจดทะเบียนออกไปได้ ด้วยการพึ่งพาการระดมทุนนอกตลาดขนาดใหญ่แทน
CNBC รายงานว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ช่วยปลุกความคาดหวังต่อกิจกรรม IPO ในปีนี้ แต่ราคาหุ้นหลังเข้าตลาดก็ยังผันผวนอยู่ ขณะที่แอนโธรปิก (Anthropic) และโอเพนเอไอ (OpenAI) ได้ยื่นเอกสารขอเข้าจดทะเบียนแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และอาจเข้าตลาดได้เร็วที่สุดภายในปีนี้
ดีลระดมทุนของดาต้าบริกส์ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนแนวโน้มการประเมินมูลค่าบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ในตลาดนอกตลาด อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของดีลนี้ต่อตลาดคริปโตหรือราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องยังต้องรอการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะสรุปได้
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า มีการประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI ต้องการเงินทุนสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าการขยายโครงสร้างคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กำลังกระตุ้นความต้องการทั้งโครงข่ายไฟฟ้า ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และการลงทุนศูนย์ข้อมูลไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกโทเคนหรือการลงทุนในโครงการบล็อกเชนแต่อย่างใด ผลกระทบของมูลค่าบริษัทดาต้าบริกส์ที่พุ่งขึ้นต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องหรือราคาสินทรัพย์คริปโตยังต้องติดตามตรวจสอบแยกต่างหาก
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ประเด็นสำคัญคือกระแสเงินทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI มีความเชื่อมโยงกับความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และพลังงานไฟฟ้า ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้ของดาต้าบริกส์สะท้อนแนวโน้มที่มูลค่าบริษัท AI มักถูกกำหนดในตลาดนอกตลาดก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์
ความคิดเห็น 0