ชเว แทวอน(Choi Tae-won) ประธานกลุ่มเอสเค(SK Group) ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาคดีพิจารณาใหม่หลังศาลฎีกาส่งกลับ ที่สั่งให้จ่ายเงินแบ่งสินสมรส 944,000 ล้านวอนแก่โน โซยอง(Roh So-young) ผู้อำนวยการหอศิลป์นาบี(Art Center Nabi)
ทีมทนายความของชเว แทวอนยื่นคำร้องฎีกาต่อศาลในวันที่ 14 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นฎีกา โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “ชเว แทวอนตัดสินใจยื่นฎีกาหลังพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบคอบ” และว่า “จะดำเนินกระบวนการต่อจากนี้ด้วยท่าทีที่มุ่งลดผลกระทบด้านลบต่อผู้ถือหุ้นและการบริหารกลุ่มบริษัทให้น้อยที่สุด” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าฝ่ายชเว แทวอนต้องการควบคุมความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์การบริหารระหว่างที่คดียังไม่สิ้นสุด
ศาลสูงกรุงโซล แผนกคดีครอบครัวที่ 1 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 เดือนก่อน ในคดีพิจารณาใหม่หลังศาลฎีกาส่งกลับ ว่าชเว แทวอนต้องจ่ายเงินแบ่งสินสมรสจำนวน 944,000 ล้านวอนให้โน โซยองเป็นเงินสด โดยศาลยอมรับว่าหุ้นเอสเค(SK)ที่ชเว แทวอนถืออยู่เป็นทรัพย์สินที่ต้องนำมาแบ่ง
อย่างไรก็ตาม ศาลเลือกวิธีจ่ายเป็นเงินสดแทนการโอนหุ้น ฝ่ายชเว แทวอนไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินนี้ จึงยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาอีกครั้ง
หากคำพิพากษาคดีพิจารณาใหม่มีผลสิ้นสุดโดยไม่มีการฎีกา ชเว แทวอนจะต้องรับภาระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตรา 5% ต่อปี นับจากวันถัดจากวันที่คำพิพากษาสิ้นสุดจนถึงวันชำระเงินครบถ้วน คิดจากฐานเงิน 944,000 ล้านวอน จะเท่ากับดอกเบี้ยปีละ 47,200 ล้านวอน หรือวันละประมาณ 130 ล้านวอน
การฎีกาครั้งนี้ไม่ใช่ขั้นตอนพิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ แต่เป็นการพิจารณาเฉพาะประเด็นข้อกฎหมาย ว่ามีการตีความกฎหมายผิดพลาดหรือพิจารณาคดีไม่รอบด้านหรือไม่ ฝ่ายชเว แทวอนมีแนวโน้มจะโต้แย้งว่าการคำนวณสัดส่วนและมูลค่าทรัพย์สินที่แบ่งในชั้นพิจารณาใหม่มีปัญหาทางกฎหมาย
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2017 เมื่อชเว แทวอนยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยการหย่า จากนั้นคดีผ่านการพิจารณาทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา และการพิจารณาใหม่หลังศาลฎีกาส่งกลับ ซึ่งแต่ละขั้นตอนทำให้ขอบเขตและมูลค่าทรัพย์สินที่ต้องแบ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ศาลชั้นต้นมองว่าหุ้นเอสเคเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของชเว แทวอน จึงกำหนดเงินแบ่งสินสมรสไว้ที่ 66,500 ล้านวอน ส่วนศาลอุทธรณ์เห็นว่าหุ้นเอสเคเป็นทรัพย์สินที่ต้องนำมาแบ่ง จึงเพิ่มวงเงินแบ่งสินสมรสเป็น 1,380,800 ล้านวอน
ต่อมาศาลฎีกาสั่งให้พิจารณาส่วนการแบ่งสินสมรสใหม่ และส่งคดีกลับไปยังศาลสูงกรุงโซล ผลการพิจารณาใหม่ยอมรับว่าหุ้นเอสเคเป็นทรัพย์สินที่ต้องแบ่ง แต่กำหนดวงเงินไว้ที่ 944,000 ล้านวอน
ทรัพย์สินส่วนตัวตามกฎหมายเกาหลีใต้ หมายถึงทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถือครองมาก่อนสมรส หรือได้มาจากการรับมรดกหรือได้รับให้ ในคดีแบ่งสินสมรสจากการหย่า ประเด็นสำคัญคือทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่สร้างร่วมกันระหว่างสมรสหรือไม่ และคู่สมรสอีกฝ่ายมีส่วนช่วยสร้างทรัพย์สินนั้นหรือไม่
ประเด็นหลักของคดีนี้คือ หุ้นเอสเคที่ชเว แทวอนถือครองอยู่ ถือเป็นทรัพย์สินที่ต้องนำมาแบ่งได้หรือไม่ ซึ่งศาลในชั้นพิจารณาใหม่ยอมรับว่าเป็นทรัพย์สินที่ต้องแบ่ง แต่กำหนดให้จ่ายเป็นเงินสดแทนการโอนหุ้น
ชเว แทวอนและโน โซยองพบกันระหว่างศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐอเมริกา และแต่งงานกันในปี 1988 มีบุตรด้วยกัน 3 คน โน โซยองเป็นบุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีโน แทอู(Roh Tae-woo) ผู้ล่วงลับ
การยื่นฎีกาครั้งนี้ทำให้กำหนดเวลาที่คดีแบ่งสินสมรสจะสิ้นสุดต้องเลื่อนออกไปอีกครั้ง โดยศาลฎีกาจะพิจารณาว่าคำพิพากษาชั้นพิจารณาใหม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งก่อนหรือไม่ พร้อมตรวจสอบประเด็นทางกฎหมายในวิธีคำนวณการแบ่งสินสมรสด้วย
ขณะเดียวกัน คำแถลงด้านการบริหารของชเว แทวอนและการเปิดเผยค่าตอบแทนจากเอสเคยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าชเว แทวอนได้รับค่าตอบแทนจากเอสเคในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ 1,750 ล้านวอน โดยไม่มีโบนัสพิเศษเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0