Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เบรนท์พุ่ง 88.9 ดอลลาร์ สูงสุดรอบหลายปี ผู้ผลิตน้ำมันแคนาดาลดเฮดจ์ราคา

ผู้ผลิตน้ำมันดิบในแคนาดาเริ่มลดการใช้กลยุทธ์ 'เฮดจ์' (hedge) ที่เคยใช้ป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันขาลง หลังราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี

คริปโตบรีฟฟิ่ง (Crypto Briefing) รายงานเมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) ว่าผู้ผลิตน้ำมันในแคนาดากำลังลดการพึ่งพากลยุทธ์เฮดจ์ลง โดยระบุว่าทิศทางนี้สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของผู้ผลิตน้ำมันหินดินดาน (shale) บางรายในสหรัฐฯ

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซื้อขายอยู่ที่ราว 88.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) อยู่ที่ราว 82.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามรายงานของคริปโตบรีฟฟิ่ง ซึ่งทั้งสองระดับถือเป็นจุดสูงสุดในรอบหลายปี

การเฮดจ์คือกลยุทธ์ที่ผู้ผลิตน้ำมันใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อ 'ล็อก' ราคาขายในอนาคตไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงหากราคาน้ำมันปรับตัวลง แต่ในทางกลับกัน หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกินคาด ผู้ผลิตก็จะไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้น เพราะถูกล็อกราคาไว้ก่อนแล้ว

คริปโตบรีฟฟิ่งระบุว่า ผู้ผลิตน้ำมันแคนาดาเคยเผชิญประสบการณ์ที่กำไรถูกจำกัดจากการเฮดจ์ในช่วงราคาน้ำมันพุ่งแรงในอดีตหลายครั้ง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาลดสัดส่วนการเฮดจ์ลงในช่วงนี้

สำนักข่าวดังกล่าวมองว่าการลดเฮดจ์ครั้งนี้อาจตีความได้ว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตน้ำมันว่าแนวโน้มราคาน้ำมันขาขึ้นจะยังดำเนินต่อไป

สำหรับผู้ผลิตที่ลดการเฮดจ์ลง หากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง พวกเขาจะได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาเต็มจำนวน แต่ในทางกลับกันก็หมายความว่าพวกเขาจะเผชิญความเสี่ยงจากการขาดทุนเต็มที่เช่นกัน หากราคาน้ำมันร่วงลงอย่างรุนแรง

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันโลกแกว่งตัวอยู่ในระดับสูงสุดรอบหลายปีตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเมื่อวันที่ 11 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคย พุ่งขึ้นแตะระดับ 90.03 ดอลลาร์ระหว่างวัน หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนกลับมาโจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงอีกครั้ง

ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้นยังส่งผลต่อตลาดหุ้นกลุ่มพลังงานด้วย โดยมาร์เก็ตวอทช์ (MarketWatch) รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 ซึ่งเป็นวันที่ราคาน้ำมันเบรนท์แข็งค่าขึ้น กองทุน ETF ภาคพลังงาน XLE ปรับตัวขึ้น 3% ซึ่งเป็นอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ โดยหุ้นทั้ง 21 ตัวในกองทุนปรับตัวขึ้นทั้งหมด

คริปโตบรีฟฟิ่งระบุว่าปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือแถลงการณ์ด้านอุปทานที่จะออกมาจากกลุ่มโอเปก (OPEC) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ รวมถึงซาอุดีอาระเบีย ที่ทำหน้าที่ประสานปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก

สำนักข่าวดังกล่าวยังระบุว่าปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางราคาน้ำมันไปจนถึงปลายปีนี้ ยังรวมถึงผลกระทบของเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางต่อห่วงโซ่อุปทาน การปรับปริมาณการผลิตของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1