กลุ่มอูรีไฟแนนเชียล(Woori Financial Group) ของเกาหลีใต้ ตัดสินใจรวมทงยางประกันชีวิต(Dongyang Life Insurance) และเอบีแอลประกันชีวิต(ABL Life Insurance) เข้าด้วยกัน ตั้งเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งใหม่ที่มีสินทรัพย์รวมราว 55 ล้านล้านวอน และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า ถือเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจธนาคาร และผลักดันให้ธุรกิจประกันกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของเครือ
สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานเมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ว่า กลุ่มอูรีไฟแนนเชียลมีกำหนดจัดกิจกรรมทาวน์ฮอลล์ระดับผู้บริหารสูงสุด (CEO) ในวันที่ 19 โดยมีอิม จง-ยง(Lim Jong-yong) ประธานกลุ่มอูรีไฟแนนเชียล เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าทีมของทั้งสองบริษัทประกันเข้าร่วม เพื่อสื่อสารทิศทางและวิสัยทัศน์ของการควบรวมครั้งนี้ บริษัทที่จะถูกควบรวมคือทงยางประกันชีวิตและเอบีแอลประกันชีวิต
กลุ่มอูรีไฟแนนเชียลรับทั้งสองบริษัทเข้าเป็นบริษัทในเครือตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 และล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการแลกหุ้นแบบครอบคลุม (Comprehensive Stock Swap) ทำให้ทงยางประกันชีวิตกลายเป็นบริษัทลูกที่อูรีไฟแนนเชียลถือหุ้น 100% อย่างสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ขั้นตอนการรับทงยางประกันชีวิตเข้าเป็นบริษัทลูกเต็มรูปแบบเข้าสู่ช่วงท้าย หลังผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว โดยในเวลานั้นมีการระบุว่า เมื่อกระบวนการแลกหุ้นเสร็จสิ้น ทงยางประกันชีวิตจะกลายเป็นบริษัทลูกที่อูรีไฟแนนเชียลโฮลดิ้งส์ถือหุ้น 100%
การควบรวมครั้งนี้เชื่อมโยงกับแผนปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจนอกภาคธนาคารของกลุ่มอูรีไฟแนนเชียล โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 กลุ่มอูรีไฟแนนเชียลได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้น เพื่อเข้าซื้อหุ้น 75.34% ของทงยางประกันชีวิต และหุ้น 100% ของเอบีแอลประกันชีวิต โดยมูลค่าการเข้าซื้อกิจการรวมในครั้งนั้นอยู่ที่ประมาณ 1.5493 ล้านล้านวอน
หากบริษัทประกันชีวิตแห่งใหม่เปิดตัวได้ตามแผน กลุ่มอูรีไฟแนนเชียลจะมีโครงสร้างกลุ่มการเงินครบวงจรมากขึ้น ครอบคลุมทั้งธนาคาร บัตรเครดิต หลักทรัพย์ และบริหารสินทรัพย์ พร้อมเพิ่มแกนธุรกิจประกันเข้ามาเสริม โดยธุรกิจประกันภัยถูกจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่สามารถบริหารเงินทุนระยะยาวและขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การควบรวมบริษัทประกันไม่ได้จบเพียงแค่การจัดการโครงสร้างผู้ถือหุ้นเท่านั้น การรวมระบบผลิตภัณฑ์ ระบบไอที ช่องทางการขาย และรูปแบบการบริหารองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ไขให้เสร็จก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เจ้าหน้าที่จากกลุ่มอูรีไฟแนนเชียลรายหนึ่งกล่าวว่า “เราจะรับมือกับสภาพตลาดประกันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างเชิงรุก และรวมพลังทั้งกลุ่มเพื่อผลักดันให้บริษัทประกันที่ควบรวมใหม่เติบโตเป็นบริษัทในเครือหลักของกลุ่ม” ความเห็นนี้สะท้อนว่าอูรีไฟแนนเชียลมองบริษัทประกันใหม่เป็นแกนธุรกิจสำคัญ ไม่ใช่เพียงบริษัทลูกทั่วไป เขากล่าวเสริมว่า “เราวางแผนสร้างความมั่นคงด้านเงินกองทุน หรืออัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ตามเกณฑ์ K-ICS ของบริษัทประกันที่ควบรวมใหม่ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหม่ของตลาดประกัน”
K-ICS คืออัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทประกัน เป็นตัวชี้วัดความมั่นคงทางการเงินที่แสดงว่าบริษัทประกันมีศักยภาพเพียงพอจะจ่ายเงินสินไหมทดแทนในอนาคตหรือไม่ และจะกลายเป็นเกณฑ์หลักในการบริหารการเงินของบริษัทประกันที่ควบรวมใหม่หลังการรวมกิจการ
เจ้าหน้าที่อีกรายของกลุ่มอูรีไฟแนนเชียลกล่าวว่า “ธุรกิจประกันภัยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด รวมถึงกฎเกณฑ์ด้านความมั่นคงของเงินกองทุนและสมมติฐานเชิงคณิตศาสตร์ประกันภัยที่เข้มงวดขึ้น” เขากล่าวต่อว่า “การควบรวมครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ธุรกิจประกันของกลุ่มอูรีไฟแนนเชียลก้าวกระโดด และสร้างการเติบโตที่สมดุลให้กับพอร์ตธุรกิจทั้งหมดของกลุ่ม”
นอกจากนี้ กลุ่มอูรีไฟแนนเชียลยังวางแนวทางขยายมาร์จิ้นบริการตามสัญญา (Contractual Service Margin หรือ CSM) ผ่านบริษัทประกันที่ควบรวมใหม่ด้วย โดย CSM เป็นตัวชี้วัดกำไรในอนาคตที่บริษัทประกันคาดว่าจะรับรู้จากสัญญาประกันภัยที่ถืออยู่ในปัจจุบัน
ผลกระทบที่แท้จริงต่อผลกำไรและความมั่นคงของเงินกองทุน หลังการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายของทั้งสองบริษัท ยังคงต้องติดตามตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ กลุ่มอูรีไฟแนนเชียลมีกำหนดเปิดเผยทิศทางและวิสัยทัศน์ของการควบรวมในกิจกรรมทาวน์ฮอลล์วันที่ 19 นี้
ความคิดเห็น 0