สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เสนอ ‘กฎใหม่’ ชื่อ ‘Regulation Crypto Assets’ ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสัญญาการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ท่ามกลางกระแสที่ประเด็นการขายโทเคนและการตัดสินว่าเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ ซึ่งเป็นแกนกลางของคดีระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ กับบริษัทริปเปิล(Ripple) และโทเคนเอ็กซ์อาร์พี(XRP) กลับมาเป็นประเด็นถกเถียงในเวทีออกกฎอีกครั้ง
ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ว่ากฎใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบการออกหลักทรัพย์ที่ปรับให้เข้ากับสัญญาการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทโดยเฉพาะ ด้าน พอล แอตกินส์(Paul S. Atkins) ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ กล่าวว่า “เราต้องการเปิดเส้นทางที่ชัดเจนให้ผู้ประกอบการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้เล่นในตลาดสามารถระดมทุนได้ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง” คำกล่าวนี้สะท้อนความพยายามของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่ต้องการวางกติกาให้ชัดเจนขึ้น หลังจากที่ผ่านมาหลายโครงการคริปโตเผชิญความไม่แน่นอนทางกฎหมายเวลาระดมทุน
ในข้อเสนอนี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ วางแนวทางการยกเว้นการจดทะเบียนไว้ 2 รูปแบบ แบบแรกอนุญาตให้ออกโทเคนครั้งเดียวในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,100 ล้านวอน) ภายในรอบ 4 ปี ส่วนแบบที่สองอนุญาตให้ออกโทเคนได้ไม่เกิน 75 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 106,100 ล้านวอน) ทุกรอบ 12 เดือน แต่ผู้ออกต้องยื่นงบการเงินและปฏิบัติตามภาระเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยังเสนอ ‘เซฟฮาร์เบอร์’ ที่จะยกเว้นสินทรัพย์ดิจิทัลบางรายการออกจากขอบเขตหลักทรัพย์ตามสัญญาการลงทุน หากผู้ออกโทเคนดำเนินความพยายามด้านการบริหารหลักที่ให้สัญญากับนักลงทุนจนสำเร็จ หรือยุติความพยายามนั้นอย่างถาวรภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระบุในเอกสารคดีเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ว่าการอุทธรณ์และการอุทธรณ์สวนกลับระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ กับบริษัทริปเปิลถูกถอนร่วมกันแล้ว ขณะที่ค่าปรับทางแพ่งที่ริปเปิลต้องจ่าย 125,035,150 ดอลลาร์ (ประมาณ 176,800 ล้านวอน) และคำสั่งห้ามละเมิดข้อกำหนดการจดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
ความคิดเห็น 0