เรียลอิหร่านร่วงลงเกือบ 10% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่กลับมาสร้างแรงกดดันอีกครั้ง สอดคล้องกับสัญญาณที่สหรัฐฯ เตรียมเพิ่มมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ซึ่งสะท้อนความกังวลด้านอุปทานเงินตราต่างประเทศที่กดดันอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ผ่านมา
PANews รายงานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ว่า อับดอลนาเซอร์ เฮมมาตี(Abdolnaser Hemmati) ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ระบุว่าการอ่อนค่าของเรียลเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว โดยเฮมมาตีกล่าวว่า "นี่เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว หมายความว่ามันสามารถผันผวนได้"
เฮมมาตีระบุว่าผลกระทบส่วนใหญ่ที่เศรษฐกิจอิหร่านได้รับมาจาก "การโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง" ของสหรัฐฯ พร้อมกล่าวว่า "สถานการณ์จะดีขึ้นและปัญหาจะได้รับการแก้ไข" ความเห็นดังกล่าวพยายามตีความการอ่อนค่าของค่าเงินว่าเป็นความผันผวนจากความรู้สึกของตลาดและแรงกดดันจากภายนอก มากกว่าจะเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจอิหร่าน
มีรายงานว่าเรียลอิหร่านร่วงลงอย่างหนักในช่วงต้นสงคราม ก่อนจะอ่อนค่าเพิ่มอีกเกือบ 10% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเรียลอิหร่านในตลาดที่ไม่เป็นทางการอ่อนค่าลงจนแตะระดับราว 2.02 ล้านเรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ
อิหร่านมีทั้งอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการที่กำหนดโดยธนาคารกลาง และอัตราแลกเปลี่ยนนอกระบบที่ใช้จริงในตลาด ยิ่งมาตรการคว่ำบาตรและการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศรุนแรงขึ้นเท่าใด ช่องว่างระหว่างสองอัตรานี้ก็ยิ่งขยายตัว ซึ่งส่งผลกดดันต่อราคานำเข้าและต้นทุนการค้าภายในภูมิภาค
ด้านสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้ามาตรการกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมว่าได้คว่ำบาตรตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับการระดมทุนของรัฐบาลอิหร่าน โดยสก็อตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุในเอกสารดังกล่าวว่าอิหร่านยังคงรักษาเครือข่ายการเงินที่ผิดกฎหมายไว้ ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์ เรียล หรือสินทรัพย์ดิจิทัล
แม้การอ่อนค่าของเรียลครั้งนี้จะเป็นประเด็นในตลาดค่าเงิน แต่เบื้องหลังเกี่ยวโยงกับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดในการเข้าถึงเครือข่ายการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่สหรัฐฯ ขยายการปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของอิหร่านไปสู่การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้มีนัยสำคัญไม่ใช่ที่ตัวค่าเงินอิหร่านโดยตรง แต่อยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางกับสภาพคล่องของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ การร่วงลงของเรียลอาจสะท้อนผลรวมของมาตรการคว่ำบาตร สงคราม และปัญหาอุปทานเงินตราต่างประเทศที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าการอ่อนค่าของค่าเงินครั้งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อราคาบิตคอยน์(BTC) หรือสินทรัพย์ดิจิทัลหลักมากน้อยเพียงใด เนื่องจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องยังต้องพิจารณาร่วมกับตัวแปรเชิงมหภาคอื่น เช่น ราคาพลังงาน สภาพคล่องของดอลลาร์สหรัฐฯ และส่วนชดเชยความเสี่ยงในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือรายละเอียดมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และปฏิกิริยาเพิ่มเติมในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนของอิหร่าน ว่าการอ่อนค่าของเรียลครั้งนี้จะเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น หรือจะกลายเป็นแรงกดดันระยะยาวควบคู่ไปกับการขยายมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นจากการประกาศและทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดต่อไป
ความคิดเห็น 0