ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ จุดกระแสความตึงเครียดกับแคนาดารอบใหม่ ด้วยการเปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลัง 'พิจารณาอย่างจริงจัง' ที่จะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอ (Lake Ontario) เป็น 'ทะเลสาบอเมริกา' ท่ามกลางข้อพิพาทภาษีศุลกากรที่ลุกลามไปถึงอุตสาหกรรมรถยนต์และเหล็กกล้าของทั้งสองประเทศ
สำนักข่าว AP รายงานผ่านนิตยสาร Fortune เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียระบุว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็นทะเลสาบอเมริกา พร้อมกล่าวในทำนองว่าเขาไม่คิดจะทำธุรกิจกับรัฐออนแทรีโอมากเท่าเดิมอีกต่อไป
รัฐออนแทรีโอเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของแคนาดา และถือเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมยานยนต์ ของประเทศ คำกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นหลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล่มลง และสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดามูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในอัตรา 50% ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ฝั่งแคนาดาเตรียมมาตรการตอบโต้ทันที มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีแคนาดา วิจารณ์ว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมหลักของแคนาดา ทั้งยานยนต์ เหล็กกล้า และอะลูมิเนียม
คาร์นีย์กล่าวว่า "การปฏิบัติต่อแคนาดาเหมือนเป็นบริษัทลูกของสหรัฐฯ บนโต๊ะเจรจาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้" คำกล่าวนี้สะท้อนความไม่พอใจของแคนาดาต่อท่าทีของสหรัฐฯ ในการเจรจาที่ผ่านมา ในถ้อยแถลงภาษาฝรั่งเศส เขายังระบุด้วยว่าสหรัฐฯ พยายามทำลายอุตสาหกรรมหลักของแคนาดา ทั้งยานยนต์ เหล็กกล้า และอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้การเจรจาล่มลง
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ทรัมป์เตือนผู้นำแคนาดาว่าหากไม่ทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ อาจเผชิญผลลัพธ์ที่ 'เลวร้ายยิ่งกว่า' อัตราภาษีเดิม พร้อมส่งสัญญาณความเป็นไปได้ที่จะเก็บภาษีเพิ่มอีก 50% กับรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็กกล้าที่นำเข้าจากแคนาดา
มาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรสหรัฐฯ เปิดทางให้รัฐบาลเก็บภาษีตอบโต้สินค้าจากประเทศที่ถูกประเมินว่ามีมาตรการเลือกปฏิบัติจนสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ
ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นภาษี แต่ลามไปถึงปัญหา ห่วงโซ่อุปทานในอเมริกาเหนือ เนื่องจากสหรัฐฯ และแคนาดามีสายการผลิตที่เชื่อมโยงกันลึกซึ้งในหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ พลังงาน เกษตรกรรม และการผลิต หากมาตรการภาษียืดเยื้อ ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคอาจเผชิญราคาสินค้าที่สูงขึ้นและปัญหาการขาดแคลนพร้อมกัน
ไมเคิล ฮาวเวิร์ดที่ 2 (Michael Howard II) เจ้าของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ในเมืองวอร์เรน รัฐมิชิแกน กล่าวว่า มาตรการภาษีนี้ "ส่งผลกระทบทั้งต่อความสามารถในการเลี้ยงดูครอบครัว และความสามารถในการตอบแทนคืนสู่ชุมชน" เขากล่าวเสริมว่า "การบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีแคนาดาเป็นเรื่องไม่ตรงไปตรงมา เราต้องการเพื่อนบ้าน และพวกเขาก็ต้องการเรา" คำกล่าวนี้สะท้อนความกังวลของภาคธุรกิจสหรัฐฯ ที่มีสายสัมพันธ์ทางการค้ากับแคนาดามายาวนาน
ประเด็นการเปลี่ยนชื่อของทรัมป์ครั้งนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีปีที่ผ่านมา ที่เขาลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) เป็น 'อ่าวอเมริกา' อย่างไรก็ตาม ทะเลสาบออนแทรีโอเป็นหนึ่งในเกรตเลกส์ที่พาดผ่านพรมแดนรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ และรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ทำให้ประเด็นชื่อเรียกมีนัยเชิงสัญลักษณ์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมากกว่าที่คิด
ฟรองซัวส์-ฟิลิป ชองปาญ (François-Philippe Champagne) รัฐมนตรีคลังแคนาดา พร้อมคณะรัฐมนตรีอีก 3 คน เตรียมประกาศมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภาษี ด้านคาร์นีย์ระบุว่าแคนาดาอาจไม่ตอบโต้แบบ 'ดอลลาร์ต่อดอลลาร์' เหมือนที่ผ่านมา แต่จะพิจารณามาตรการตอบโต้แบบเจาะจงเป้าหมาย โดยเน้นปกป้องแรงงานและภาคธุรกิจของแคนาดาเป็นหลัก
ผลกระทบโดยตรงต่อ ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล จากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดายังไม่มีการยืนยันชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากแรงกดดันต่อภาคการผลิตในอเมริกาเหนือและราคาสินค้าผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหรือไม่
ความคิดเห็น 0