รายได้จากค่าธรรมเนียมของเลเยอร์2 (L2) บนบล็อกเชนอีเธอเรียม(ETH) ลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี โดยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม อีเธอเรียมสร้างรายได้เพียง 3.18 ETH หรือราว 6,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 880,000 บาท) จากค่าธรรมเนียม ‘บลอบ(blob)’ ซึ่งสะท้อนการลดลงมากถึง *73% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า* และ *มากกว่า 95%* เทียบกับช่วงกลางเดือนเดียวกัน
ระบบบลอบถูกนำมาใช้จากการอัปเกรด ‘เดนคุน(Dencun)’ เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลชั่วคราวภายนอกบล็อกเชนหลัก โดยมุ่งช่วยลดความแออัดบนเมนเน็ตของอีเธอเรียมในขณะที่สนับสนุนการทำงานของเชนขยายผล (L2) แม้การอัปเกรดนี้จะทำให้ผู้ใช้งานเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้รายได้โดยตรงของโปรโตคอลอีเธอเรียมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากบริษัทจัดการสินทรัพย์ ‘แวนเอ็ค(VanEck)’ ระบุว่า หลังการอัปเกรดเดนคุน รายได้จากค่าธรรมเนียมของอีเธอเรียมลดลงถึง 95% ในช่วงแรก โดยในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว อีเธอเรียมเคยเก็บค่าธรรมเนียมได้สูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 14.6 ล้านบาท) แต่แนวโน้มล่าสุดชี้ถึงการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่ชัดเจนว่าการลดลงดังกล่าวเป็นเพียงภาวะชั่วคราวหรือโครงสร้างถาวรในระบบนิเวศใหม่นี้
ในอีกด้านหนึ่ง *ไบแนนซ์(Binance)* ได้ถอดถอนคู่ซื้อขายสเตเบิลคอยน์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎระเบียบ ‘มิกา(MiCA)’ รวมถึง *เทเธอร์(USDT)*, *ได(DAI)* และ *ทรูUSD(TUSD)* ออกจากการซื้อขายแบบสปอตในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) กรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับตัวตามกฎใหม่ที่ไบแนนซ์ประกาศไว้เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อให้เป็นไปตามกำหนดเส้นตายของ MiCA ในไตรมาสแรกของปี 2025
ผลจากการถอดถอนดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้งานในยุโรปไม่สามารถซื้อขาย USDT แบบสปอตบนไบแนนซ์ได้อีกต่อไป โดยแพลตฟอร์มจะเปิดให้ใช้งานเฉพาะบริการดูแลและอนุพันธ์เท่านั้น ขณะที่ *คราเคน(Kraken)* คู่แข่งสำคัญของไบแนนซ์ ก็ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ทำให้หลายฝ่ายมองว่าแนวทางของหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปกำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดของสเตเบิลคอยน์ที่เคยมีสหรัฐเป็นศูนย์กลาง
ในขณะเดียวกัน ระบบใหม่ที่เน้นความเป็นส่วนตัวบนอีเธอเรียมก็เริ่มก่อตัว โดยแพลตฟอร์ม *Privacy Pools* ที่พัฒนาโดย *0xbow.io* มาพร้อมคุณสมบัติใหม่ เช่น ระบบกรองที่สามารถแยกธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การแฮ็ก การฟิชชิง หรือการหลอกลวง ออกจากธุรกรรมที่เป็นกิจกรรมปกติ แต่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวไว้ ถือเป็นแนวทางใหม่ที่พยายามบาลานซ์ระหว่าง ‘ความเป็นส่วนตัว’ และ ‘การปฏิบัติตามกฎระเบียบ’
*บิทาลิก บูเทอริน(Vitalik Buterin)* ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม ยังได้แสดงการสนับสนุนโครงการนี้ และเข้าร่วมทดสอบการฝากเงินในเฟสแรกด้วยตัวเอง ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ที่เชื่อมโยงกับการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม กำลังกลายเป็นหัวใจของการพัฒนาระบบนิเวศบล็อกเชนรูปแบบใหม่
*ความคิดเห็น*: ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งอีเธอเรียมและแพลตฟอร์มกระดานแลกเปลี่ยนระดับโลกต่างต้องปรับตัวเพื่อสร้างจุดสมดุลใหม่ระหว่าง ‘ประสิทธิภาพของระบบ’, ‘ความเป็นส่วนตัว’ และ ‘การปฏิบัติตามกฎหมาย’ ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นชี้ขาดอนาคตของอุตสาหกรรมคริปโตในปีนี้
ความคิดเห็น 0