TreasureNFT แพลตฟอร์มลงทุน NFT ที่อ้างว่าใช้ ‘AI’ ในการสร้างผลตอบแทน ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังระงับการถอนเงินจากระบบ ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจผ่านโซเชียลมีเดีย โดยหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็น *โครงการแชร์ลูกโซ่* ภายใต้ภาพลักษณ์เทคโนโลยีใหม่
TreasureNFT ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 โดยโปรโมตผ่านข้อมูลว่า นักลงทุนสามารถรับผลตอบแทนได้ระหว่าง 4.3% ถึง 6.8% ต่อการลงทุนทุก $100 ต่อเดือน และอาจสูงถึง 30% รายเดือน พร้อมอธิบายว่าระบบ AI จะทำการซื้อขาย NFT แทนผู้ใช้แบบอัตโนมัติอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มใช้โมเดลแบบ *แนะนำเพื่อน* ในลักษณะคล้ายระบบพีระมิด ทำให้เกิดข้อสงสัยจากผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง
XYZ คริปโต นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังเปิดเผยผ่านวิดีโอบน YouTube ว่า TreasureNFT เริ่มต้นจากการจ่ายผลตอบแทนจริงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่หลังจากจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น การถอนเงินเริ่ม *ล่าช้า* และล่าสุดถึงขั้นหยุดให้ถอนอย่างไม่มีกำหนด พร้อมเรียกร้องให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลธุรกรรมเพิ่ม รวมถึงจ่ายค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่มเติมในกระบวนการถอน
ทางด้าน XYZ คริปโตระบุว่า ลักษณะการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ TreasureNFT *คล้ายกับ* กรณีฉ้อโกงครั้งใหญ่ของแฮชแฟลร์(HashFlare) ที่เคยทำให้ผู้ใช้งานสูญเสียเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์รายนี้ยังเตือนว่าการเสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง การพึ่งพาเงินของนักลงทุนใหม่ และการอ้างทีมงานที่ดู *โปรไฟล์ปลอม* บน LinkedIn ล้วนเป็นสัญญาณที่ควรระวัง
ผู้ใช้งานเริ่มรัวโพสต์ความไม่พอใจบน X (ชื่อเดิมคือ Twitter) โดยพวกเขาระบุว่าถูก *ล็อกบัญชี* หรือไม่สามารถถอนเงินได้ หนึ่งในนักลงทุนชื่อฟารอฮาน ข่าน แสดงความไม่พอใจผ่านโพสต์ว่า “หลายวันแล้วยังไม่สามารถถอนเงินได้เลย ขอให้รีบดำเนินการโดยด่วน”
ฝั่ง TreasureNFT ตอบโต้ด้วยการโพสต์ผ่านบัญชี X ว่าแพลตฟอร์มกำลังเผชิญจำนวนการถอนที่ *พุ่งสูง* และเพื่อความปลอดภัยจึงต้องใช้วิธี *ถอนด้วยมือ* อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุด พบว่ามีคำขอถอนเงินทั้งหมด 1,887 รายการ แต่สามารถดำเนินการได้เพียง 121 รายการ หรือคิดเป็นเพียง *6.4%* ขณะที่คำขอที่เหลือถูกเลื่อนออกไปหรือถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลเล็กน้อย
เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปราะบางของตลาดคริปโตในยุคที่ *โครงการฉ้อโกง* ถูกนำเสนอในรูปแบบใหม่เรื่อย ๆ รายงานของบริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน ไซเบอร์ส(Cyvers) ระบุว่า ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกเสียหายรวมแล้วกว่า *5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ* จากกลโกงแบบ ‘Pig Butchering’ และรูปแบบอื่น
แม้ว่าเว็บไซต์ทางการของ TreasureNFT ยังสามารถเข้าถึงได้ แต่ปัจจุบันโดนระบบเบราว์เซอร์ระบุว่าเป็น *“เว็บไซต์ไม่ปลอดภัย”* ขณะที่ช่อง Telegram ซึ่งมีสมาชิกกว่า 410,000 คน ไม่ได้มีการประกาศอัปเดตตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนจำนวนมากเริ่มยอมรับว่า *นี่คือโครงการหลอกลวงเต็มตัว*
ความคิดเห็น 0