ตลาดมีมคอยน์ที่เคยร้อนแรงด้วยกระแสการเก็งกำไรในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กำลังเริ่มเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด หลังมีการเปิดตัวโทเคน ‘ทรัมป์(TRUMP)’ ที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตาม นักเทรดมืออาชีพที่ได้รับฉายาว่า *‘สมาร์ทมันนี่’* ยังคงมองหาโอกาสทำกำไรระยะสั้นจากสินทรัพย์ประเภทนี้
จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน *แนนเซน(Nansen)* พบว่า แม้สมาร์ทมันนี่จะเพิ่มสัดส่วนการถือครองในสเตเบิลคอยน์และมีท่าทีระมัดระวังขึ้น แต่ก็ยังตอบสนองอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่เห็นโอกาสในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น มีมคอยน์ โดย นิโคไล ซอนเดอร์การ์ด ผู้วิเคราะห์จากแนนเซน กล่าวผ่านการถ่ายทอดสดบน X (ชื่อเดิมคือ Twitter) ของ Cointelegraph ว่า “กระแสมีมคอยน์ที่ผ่านมาเป็นเหมือนเกมที่เน้นกำไรระยะสั้น ซึ่งสมาร์ทมันนี่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยอดเยี่ยม และยังคงมีความสามารถในการหาทางออกได้อย่างรวดเร็วเมื่อมูลค่าลดลง”
หนึ่งในกรณีที่โดดเด่นคือ เทรดเดอร์รายหนึ่งที่ลงทุนในโทเคน เปเป้(PEPE) เพียง 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 292,000 บาท) และสามารถเพิ่มมูลค่าเป็น 43 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.28 พันล้านบาท) ได้ภายในเวลาไม่นาน แม้ไม่ได้ขายทั้งหมดในช่วงราคาสูงสุด แต่เขาก็สามารถทำกำไรจริงได้มากถึง 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.46 พันล้านบาท)
แม้จะมีกรณีเช่นนี้ แต่หลายฝ่ายมองว่า การเปิดตัวของมีมคอยน์ *ทรัมป์(TRUMP)* คือจุดเปลี่ยนของตลาดมีมคอยน์ โดยโทเคนดังกล่าวที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 18 มกราคม บนแพลตฟอร์ม Pump.fun ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบของ *โซลานา(SOL)* สามารถดึงดูดผู้ใช้งานได้มากถึง 2.85 ล้านกระเป๋าในช่วงสัปดาห์แรก แต่ตัวเลขนี้กลับลดลงมาเหลือเพียง 1.44 ล้านกระเป๋าในช่วงปลายเดือนมีนาคม
จากรายงานการวิจัยของ *ไบแนนซ์* พบว่า ความเชื่อมั่นในตลาดยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากข้อสงสัยเรื่องการซื้อขายภายในในโทเคนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลมีชื่อเสียงคนอื่น ๆ อย่าง เมลาเนีย(MELANIA) และ ลีบรา(LIBRA) ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ก็ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุน นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีทั่วโลกก็เป็นอีกปัจจัยที่บั่นทอนความสนใจในตลาดมีมคอยน์
ในปัจจุบัน ราคาโทเคน TRUMP ได้ลดลงมากกว่า 87% จากระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม ซึ่งอยู่ที่ 75.35 ดอลลาร์ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาก็ยังคงลดลงต่อเนื่องอีกกว่า 8% ในมุมมองของนักวิเคราะห์หลายราย การเปิดตัวมีมคอยน์ของทรัมป์ถือเป็นเหตุการณ์เชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงจุดสูงสุดของกระแส และอาจเป็นการปิดฉาก *ซูเปอร์ไซเคิล* ของตลาดมีมคอยน์ในรอบนี้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0