รายได้ของ *Pump.fun* แพลตฟอร์มเปิดตัวมีมคอยน์บนเครือข่ายโซลานา(SOL) ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดของปีในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สะท้อนกระแส ‘มีมคอยน์’ ที่เริ่มแผ่วแรงตามความสนใจที่ลดลงของนักลงทุน
ตามข้อมูลจาก *DefiLlama* แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลดีไฟน์ Pump.fun มียอดรายได้ในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ประมาณ 24.96 ล้านดอลลาร์ หรือราว 347 พันล้านวอน ซึ่งลดลงจากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ในเดือนมกราคมที่กว่า 130 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านวอน คิดเป็นการลดลง *มากถึง 80%*
รายได้ของแพลตฟอร์มเริ่มชะลอลงตั้งแต่ต้นปี โดยในเดือนกุมภาพันธ์ Pump.fun ทำรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 90 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.25 ล้านล้านวอน) และลดลงต่อเนื่องไปที่ 37 ล้านดอลลาร์ (ราว 514 พันล้านวอน) ในเดือนมีนาคม จากนั้นในช่วงสามเดือนถัดมาก็ทรงตัวที่ประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ (ราว 556 พันล้านวอน) ก่อนจะร่วงลงแตะระดับ ‘ต่ำสุด’ ในเดือนกรกฎาคม
แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการลดลงของ ‘กระแสมีมคอยน์’ ที่เคยร้อนแรง โดยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม มีมคอยน์ยังคงมียอดซื้อขายและมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความตื่นเต้นเริ่มหมดลงในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากนั้น สาเหตุหนึ่งมาจากจำนวนโปรเจกต์ที่เข้ามาทำกำไรจากการเปิดตัวมีมคอยน์ที่มากเกินไป ประกอบกับความสนใจของนักลงทุนที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
Pump.fun กลายเป็นที่จับตามองตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาในฐานะแพลตฟอร์มที่เปิดให้สร้างมีมคอยน์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ทำรายได้สูงในระยะเวลาอันสั้น แต่ดูเหมือนความสำเร็จในช่วงแรกจะไม่สามารถรักษาแรงส่งไปจนถึงปีนี้ได้
นักวิเคราะห์ในวงการมองว่า “กระแสของมีมคอยน์มักเป็น *วัฏจักรที่สลับระหว่างช่วงขาขึ้นและขาลง*” และ “ความสามารถในการทำรายได้ของแพลตฟอร์มเช่น Pump.fun จึงขึ้นอยู่กับ ‘จิตวิทยาของนักลงทุน’ เป็นสำคัญ” ความคิดเห็นนี้สะท้อนให้เห็นถึง *อิทธิพลของแนวโน้มตลาดที่มีต่อรายได้ของแพลตฟอร์มในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล*
กรณีของ Pump.fun จึงกลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความเปลี่ยนแปลงใน *ภาวะตลาดและอารมณ์ของผู้ลงทุน* สามารถทำให้รายได้ของแพลตฟอร์มคริปโตเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันหลายฝ่ายเริ่มเสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่ตลาดมีมคอยน์ควรมุ่งสู่ *โครงสร้างการเติบโตในระยะยาว* เพื่อสร้างความมั่นคงมากกว่าการตามกระแสเพียงชั่วคราว
ความคิดเห็น 0