กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) อาจกลับมาฟ้องร้อง โรแมน สตอร์ม(Roman Storm) นักพัฒนาโทนาโดแคช(Tornado Cash) อีกครั้งในข้อหา ‘ฟอกเงิน’ และ ‘ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ’ หลังคณะลูกขุนไม่สามารถมีมติเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับสองข้อกล่าวหาดังกล่าว ส่งผลให้คดีนี้เข้าสู่สถานะ ‘การพิจารณาคดีเป็นโมฆะ’
เจค เชอร์วินสกี(Jake Chervinsky) หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของบริษัทลงทุนเวอเรียนต์ฟันด์(Variant Fund) เปิดเผยว่า DOJ จะตัดสินใจในอีกไม่กี่วันข้างหน้าว่าจะ ‘เริ่มการพิจารณาคดีครั้งใหม่’ ต่อสองข้อกล่าวหาดังกล่าวหรือไม่ พร้อมย้ำว่าคดีนี้ ‘ยังไม่จบ’
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) ศาลแขวงสหรัฐในนิวยอร์กมีคำตัดสินให้ สตอร์ม มีความผิดในข้อหา ‘ร่วมวางแผนดำเนินกิจการโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต’ ซึ่งเป็นอาชญากรรมขั้นรุนแรงหนึ่งข้อหา โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนา ‘โทนาโดแคช’ แพลตฟอร์มมิกซ์เซอร์แบบโอเพนซอร์สซึ่งเน้นความเป็นส่วนตัว และเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากถูกนำไปใช้ในการฟอกเงิน
อย่างไรก็ตาม ข้อหาที่มีน้ำหนักมากกว่าคือ ‘สมรู้ร่วมคิดฟอกเงิน’ และ ‘สมรู้ร่วมคิดละเมิดมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ’ กลับไม่ได้ข้อสรุปจากคณะลูกขุน ซึ่งหมายความว่า DOJ สามารถเดินหน้าฟ้องร้องใหม่ในประเด็นเหล่านี้ได้ภายใต้กรอบกฎหมาย
คำตัดสินครั้งนี้ได้สร้างความกังวลในวงการคริปโต เพราะอาจกลายเป็น ‘ตัวอย่าง’ สำคัญที่กำหนดเส้นแบ่งความรับผิดชอบของนักพัฒนาโอเพนซอร์สในสหรัฐฯ เชอร์วินสกีกล่าวว่า “นี่คือบททดสอบสำคัญของ ‘ขอบเขตความรับผิดทางกฎหมายของนักพัฒนา’” และชี้ว่าผลของคดีอาจส่งผลกว้างต่อการพัฒนานวัตกรรมในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
ความคิดเห็น 0