เบส(Base) บล็อกเชนเลเยอร์ 2 ของคอยน์เบส(Coinbase) ประกาศว่าจะถือครอง ‘คอนเทนต์คอยน์’ แบบไม่มีกำหนด พร้อมระบุว่านี่คือกลยุทธ์ที่มุ่งสนับสนุน ‘เศรษฐกิจครีเอเตอร์ดิจิทัล’ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยโมเดลค่าธรรมเนียมที่คืนกำไร ‘โดยตรงให้แก่ผู้สร้างสรรค์ผลงาน’ เพื่อสร้าง *กลไกตอบแทนที่ยั่งยืน* ให้กับระบบนิเวศ
คอยน์เบสยืนยันว่า เบสจะรับซื้อและเก็บสะสมคอนเทนต์คอยน์ที่เผยแพร่ผ่านแอปของตัวเองไว้ถาวร โดย *ค่าธรรมเนียมการขายต่อทั้งหมดจะโอนอัตโนมัติไปยังวอลเล็ตของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์* แทนที่จะตกเป็นของแพลตฟอร์มหรือผู้ซื้อ-ขายทั่วไป พร้อมระบุว่าแนวทางนี้ไม่ได้จัดทำเพื่อการลงทุน แต่คือ *การมอบรางวัลให้กับความคิดสร้างสรรค์*
คอนเทนต์คอยน์เป็นโทเคนที่แปลงเนื้อหาดิจิทัล เช่น รูปภาพ มีม หรือข้อความ ให้กลายเป็นทรัพย์สินแบบ *โทเคนที่ไม่สามารถทดแทนได้(NFT)* และสามารถซื้อขายบนบล็อกเชนได้ โดยที่ผ่านมา เบสมีกระแสการใช้งานพุ่งสูงจากการผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มสร้างคอนเทนต์อย่างโซรา(Zora) จนสามารถสร้างคอนเทนต์ใหม่ต่อวันได้มากกว่าบล็อกเชนอย่างโซลานา(SOL) ด้วยซ้ำ
เจสซี พอลแล็ก ผู้ก่อตั้งเบสกล่าวว่า “มูลค่าของคอนเทนต์นั้นจับต้องได้จริง รายได้เกิดจากการกระทำของผู้สร้างและการมีส่วนร่วมของชุมชน” พร้อมเปรียบเทียบว่าระบบนี้คล้ายกับวิธีการสร้างมูลค่าในตลาดศิลปะแบบดั้งเดิม พอลแล็กยังเชื่อว่า คอนเทนต์คอยน์คือ *เครื่องมือทรงพลังที่สุดในการสะท้อนคุณค่าของผู้สร้างผลงานในอุตสาหกรรม* เมื่อเทียบกับมีมคอยน์ทั่วไป คอนเทนต์คอยน์มีฐานกำหนดมูลค่าจากแรงกระเพื่อมทางวัฒนธรรมมากกว่าแค่ ‘ความนิยมชั่วคราว’
โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เบสและโซราผลักดันนี้ กำลังกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของตลาดครีเอเตอร์ เพราะต่างจากโซเชียลมีเดียแบบเดิมที่แม้จะมีคนแชร์หลักแสนครั้งแต่ผู้สร้างก็อาจไม่ได้รายได้ กลับกัน *ระบบของคอนเทนต์คอยน์จะเปิดโอกาสให้ผู้สร้างมีรายได้อย่างต่อเนื่องจากการขายซ้ำ* ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโมเดลผลตอบแทนตามกระแสไวรัลจริง
อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อคอนเทนต์คอยน์ยังไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยมีบางฝ่ายเตือนว่าอาจเป็นเพียงอีกหนึ่งประเภทของมีมคอยน์ที่มาไวไปไว แต่เบสและโซรายังเดินหน้าผลักดันต่อไป ด้วยเป้าหมายในการ *สร้างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของระบบเนื้อหาบนบล็อกเชน* ที่ยั่งยืนและให้ความสำคัญกับผู้สร้างอย่างแท้จริง ท่ามกลางยุคเว็บ3 ที่เสรีในการพลิกบทบาท ‘ผู้สร้าง’ ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจดิจิทัล
ความคิดเห็น 0