โปรโตคอลการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ DeFi ชื่อว่า ‘เครดิกซ์ ไฟแนนซ์(CrediX Finance)’ ตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์มูลค่าประมาณ 63 พันล้านวอน (ราว 62.5 ล้านบาท) โดยทันทีหลังเกิดเหตุ ทีมนักพัฒนาและผู้บริหารทั้งหมดกลับหายตัวไปจากทุกช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยในวงกว้างเกี่ยวกับการ ‘ปิดโปรเจกต์หนี’ หรือ *รูกราฟ(Rug Pull)* ในหมู่นักลงทุน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 โดยหลังจากการแฮกแพลตฟอร์ม เครดิกซ์ได้ปิดเว็บไซต์ทางการและระงับกิจกรรมโซเชียลมีเดียทั้งหมดทันที ไม่เพียงเท่านั้น การให้บริการดำเนินการต่าง ๆ รวมถึงการรับฝากใหม่ก็ถูกระงับ ขณะนี้เว็บไซต์ของเครดิกซ์ยังไม่สามารถเข้าถึงได้
จากข้อมูลของบริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน *สโลว์มิสต์(SlowMist)* ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้มีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบอย่างน้อย 6 วันก่อนหน้า โดยแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินผู้ดูแลระบบแบบมัลติซิกและกระเป๋าเงินของบริดจ์ จากนั้นใช้เหรียญดิจิทัลที่เครดิกซ์ออกเองเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก่อนถอนสภาพคล่องออกจากพูล ทีมวิจัยประเมินว่า มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 62.5 พันล้านวอน
ที่สร้างความไม่สบายใจยิ่งขึ้นคือการที่เครดิกซ์ไม่มีประกาศชี้แจงหรือรับผิดชอบใด ๆ เพราะทุกช่องทางอย่างเป็นทางการได้หายไปอย่างสิ้นเชิง โดยบัญชี X (เดิมคือ Twitter) ของตนหยุดอัปเดตตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา และช่องทาง Telegram ก็ถูกลบออกแล้วเช่นกัน
ในวงการ DeFi ระดับโลก ความเคลื่อนไหวเช่นนี้จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการ *วางแผนภายในอย่างจงใจ* มากกว่าจะเป็นเพียงการแฮกโดยบุคคลภายนอก ผู้ใช้งานบางรายเสนอความเห็นว่า ทีมผู้พัฒนาอาจแกล้งทำเป็นตกเป็นเหยื่อการแฮกก่อนจะเก็บทรัพย์สินแล้วหายตัวไป ปัจจุบันในกลุ่มออนไลน์บางแห่ง เริ่มปรากฏการรวมตัวกันของผู้ที่อ้างว่าเป็นเหยื่อเพื่อดำเนินการตอบโต้ร่วมกัน
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึง *ช่องโหว่ด้านการกำกับดูแลและการคุ้มครองนักลงทุน* ที่ยังคงเป็นปัญหาในโลก DeFi เป็นการเตือนให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังกับโปรเจกต์ที่ไม่มีความชัดเจน และแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของระบบรักษาความปลอดภัยและกลไกทางกฎหมายที่แข็งแรงยิ่งขึ้นเพื่อปกป้องสินทรัพย์ของผู้ใช้
ความคิดเห็น 0