ราคาหุ้นของบริษัทเซฟตี้ชอต(Safety Shot) ผู้ผลิตเครื่องดื่มที่จดทะเบียนในตลาดแนสแด็ก ร่วงลงกว่า *50%* ภายในวันเดียว หลังประกาศแผนเข้าลงทุนใน *บองค์(BONK)* เหรียญมีมที่สร้างบนเครือข่ายโซลานา(SOL) เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น)
บริษัทเซฟตี้ชอต ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเครื่องดื่มช่วยลดฤทธิ์แอลกอฮอล์ ‘ชัวร์ชอต(Sure Shot)’ เผยว่า จะซื้อเหรียญบองค์มูลค่าราว *2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 347.5 พันล้านวอน) เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเงินฉบับใหม่ พร้อมประกาศจับมือกับผู้สนับสนุนรายแรกๆ ของบองค์ และจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับระบบนิเวศเหรียญมีม
เซฟตี้ชอตเน้นว่า บองค์จะกลายเป็น *สินทรัพย์ทางการเงินแกนหลัก* ของบริษัท โดยให้เหตุผลว่า “สินทรัพย์นี้มีความโดดเด่นและข้อได้เปรียบที่ชัดเจนเหนือคู่แข่ง” โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างเทคโนโลยีที่สามารถประมวลผลธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วและต้นทุนต่ำ อันเป็นลักษณะเฉพาะของเครือข่ายโซลานา
ในทางกลับกัน บริษัทได้เปรียบเทียบว่า เหรียญมีมอย่าง *ชิบะอินุ(SHIB)*, *เปเป้(PEPE)* และ *โดจคอยน์(DOGE)* ซึ่งมีพื้นฐานบนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) หรือโดจคอยน์ ต่างประสบปัญหาด้าน *ค่าธรรมเนียมที่สูง* และ *ความเร็วในการประมวลผลที่ช้ากว่า* โดยเฉพาะโดจคอยน์ยังปล่อยเหรียญแบบ *ไม่จำกัด (Inflationary)*
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า บองค์มีมูลค่าตลาดรวมราว *1.32 ล้านล้านวอน* (ประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากจำนวนเหรียญทั้งหมด *77 ล้านล้านโทเคน* อยู่ในอันดับที่ 5 ของตลาดมีมคอยน์ แม้เคยพุ่งสูงสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน แต่ปัจจุบันราคากลับลดลงไปแล้ว *57%*
ก่อนหน้าการลงทุน เซฟตี้ชอตระบุว่าได้เคลียร์หนี้บริษัททั้งหมดเพื่อเตรียมความพร้อม และมีเงินสดในมือเกิน *1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ราว 208.5 พันล้านวอน) นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนออกหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ได้วงเงินรวม *3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 486.5 พันล้านวอน)
จาเร็ต บูน(Jarrett Boon) ซีอีโอของเซฟตี้ชอต กล่าวถึงข้อตกลงครั้งนี้ว่าเป็น “*ก้าวแรกที่กล้าหาญ* ต่อเส้นทางการพัฒนาระยะยาวของบริษัท” โดยยกให้บองค์เป็นหนึ่งใน *ระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีพลังที่สุด*
*ความคิดเห็น*: แม้กลยุทธ์การลงทุนของเซฟตี้ชอตจะดูแหวกแนวและหวังต่อยอดโอกาสในตลาดนี้ แต่ราคาหุ้นที่ร่วงหนักสะท้อนความสงสัยของนักลงทุนถึงความมั่นคงของสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะเหรียญมีม
หลังปิดตลาด ราคาหุ้นเซฟตี้ชอตดิ่งลง *กว่า 50%* ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ อยู่ที่ *0.59 ดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 820 วอน) แม้เคยพุ่งขึ้นถึง *36%* ในรอบเดือนที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี ยังคง *ลดลงประมาณ 22.5%*
ทั้งนี้ เซฟตี้ชอตเพิ่งเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก ‘จูปิเตอร์เวลเนส(Jupiter Wellness)’ โดยบูน ซึ่งเป็นซีอีโอคนปัจจุบันนั้น เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม GBB ดริงก์แล็บ ที่พัฒนาเซฟตี้ชอตเช่นกัน
ทาง Cointelegraph ได้ติดต่อเซฟตี้ชอตเพื่อขอ *แถลงการณ์เพิ่มเติม* แต่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการในขณะนี้
ความคิดเห็น 0