แอนดรีเซน โฮโรวิตซ์(a16z) หนึ่งในบริษัทร่วมทุนรายใหญ่ของสหรัฐฯ และกองทุนสนับสนุนดีไฟอย่าง DeFi Education Fund ได้ร่วมกันเรียกร้องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(SEC) ให้จัดตั้ง *ข้อยกเว้นการจดทะเบียนตัวกลาง(Safe Harbor)* สำหรับแอปพลิเคชัน *NFT และแพลตฟอร์มดีไฟ(DeFi)*
เมื่อวันที่ 13 พวกเขาได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึง เฮสเตอร์ เพียร์ซ(Hester Peirce) กรรมาธิการ SEC ผู้ดูแลกลุ่มทำงานด้านคริปโต พร้อมอ้างอิงถึงถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่กล่าวถึงกลุ่มทำงานพิเศษด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเสนอว่าผู้ให้บริการดีไฟที่ตรงตามเงื่อนไขบางประการ *ควรได้รับการยกเว้นจากภาระการขึ้นทะเบียนในฐานะตัวกลาง, ตลาดหลักทรัพย์ หรือศูนย์ชำระบัญชี ตามกฎหมายหลักทรัพย์*
ข้อเสนอในครั้งนี้สะท้อนความไม่สอดคล้องระหว่างแนวทางของ SEC กับความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริการทางการเงินแบบดิจิทัล ทั้ง a16z และ DeFi Education Fund จึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมี *กลไกผ่อนปรนเชิงโครงสร้าง* เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการนวัตกรรมจากความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ไม่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม พอล แอตกินส์(Paul Atkins) ประธาน SEC ก็เคยระบุว่า *ระเบียบภายในของ SEC ไม่สามารถตามทันพัฒนาการของเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตได้* และตั้งเป้าปรับปรุงกฎให้หลุดพ้นจากภาพลักษณ์ว่าเป็น "ข้อบังคับที่ล้าสมัย"
ที่ผ่านมา SEC ได้ฟ้องร้องบริษัทคริปโตหลายรายซึ่งรวมถึง คอยน์เบส(Coinbase), คราเคน(Kraken) และคัมเบอร์แลนด์ DRW ในข้อหาเป็น *ตัวกลางที่ให้บริการโดยไม่ขึ้นทะเบียน* ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงว่าหน่วยงานกำกับขาดแนวทางที่ชัดเจน แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงทางกฎหมายให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
หาก SEC ตอบรับข้อเสนอ Safe Harbor นี้ อาจเป็นการ *ปลดล็อกความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่ปกคลุมตลาด NFT และ DeFi* ซึ่งจะช่วยส่งสัญญาณเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ ที่ระบบนิเวศของ Web3 เริ่มเข้าสู่ช่วงเติบโต หากมี ‘กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน’ ก็อาจนำไปสู่การลงทุนและการพัฒนานวัตกรรมบริการอย่างคึกคักยิ่งขึ้น *ความคิดเห็น: นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายคริปโตในสหรัฐฯ*
ความคิดเห็น 0