ตลาดฟิวเจอร์สดูจีคอยน์(DOGE) กลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังมีการซื้อขายมากถึง 15.1 พันล้าน DOGE ภายในวันเดียว ท่ามกลางกระแสความสนใจที่เพิ่มขึ้นในตลาดอนุพันธ์ แม้ราคาของดูจีคอยน์จะลดลง แต่ ‘สถานะสัญญาค้าง(Open Interest)’ ที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 3.42 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 147,000 ล้านบาท) ยังคงสะท้อนถึงจิตวิทยาตลาดในเชิงบวกอย่างชัดเจน
ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ตลาดอนุพันธ์ Gate ครองส่วนแบ่ง Open Interest สูงสุดถึง 21.92% โดยมีการวางสัญญามากถึง 3.29 พันล้าน DOGE (ประมาณ 104,000 ล้านบาท) ขณะที่ *ไบแนนซ์(Binance)* ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยปริมาณ 3.03 พันล้าน DOGE (ประมาณ 95,000 ล้านบาท) หรือ 20.13% ของทั้งหมด
ในส่วนของแพลตฟอร์มอื่น *บายบิต(Bybit)* มีสัญญาค้างอยู่ที่ 2.05 พันล้าน DOGE (ประมาณ 65,000 ล้านบาท), OKX อยู่ที่ 1.71 พันล้าน DOGE (ประมาณ 54,000 ล้านบาท) และ *บิตเกต(Bitget)* อยู่ที่ 1.58 พันล้าน DOGE (ประมาณ 49,000 ล้านบาท) การไหลเข้าของเงินทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ *แสดงถึงความเป็นไปได้ของการรีบาวด์ในระยะสั้น* ตามความคิดเห็นของนักวิเคราะห์
ความเคลื่อนไหวของ ‘วาฬ’ หรือผู้ถือคริปโตรายใหญ่ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม จากรายงานล่าสุด พบว่ามีการถอนดูจีคอยน์จำนวน 400 ล้าน DOGE (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ออกจากกระเป๋าเงินของ *โรบินฮู้ด(Robinhood)* โดยอาจเป็นการสะสมในช่วงราคาตกต่ำ เตรียมไว้สำหรับการถือครองระยะยาว ซึ่งถือเป็น ‘สัญญาณสะสม’ ที่นักเทรดบางรายมองว่าอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแนวโน้มของตลาดในภายภาคหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกมากมาย แต่ราคาของดูจีคอยน์ยังคงอ่อนตัว ล่าสุดซื้อขายที่ 0.2280 ดอลลาร์ (ประมาณ 317 บาท) ลดลง 1.01% จากวันก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก *ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างดูจีคอยน์และบิตคอยน์(BTC)* ที่มีราคาลดลงพร้อมกัน ด้านปริมาณการซื้อขายรายวันก็ลดลง 27.59% เหลือเพียง 2.98 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 124,000 ล้านบาท)
ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่า ดูจีคอยน์อาจพยายามทดสอบแนวต้านที่ระดับ 0.30 ดอลลาร์ (ประมาณ 417 บาท) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าสู่ภาวะ ‘โกลเดนครอส’ ทางเทคนิค รวมถึงการเพิ่มขึ้นของ Open Interest และการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินขนาดใหญ่
ความผันผวนและกิจกรรมทางการเงินในระดับสูงของดูจีคอยน์ ได้ดึงความสนใจจากนักลงทุนกลับมายังเหรียญมีมชื่อดังอีกครั้ง ความเคลื่อนไหวของราคาในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า อาจเป็นจุดตัดสินทิศทางของตลาดในระยะกลางถึงระยะยาว ท่ามกลางความคาดหวังและการจับตาอย่างใกล้ชิดจากนักลงทุนทั่วโลก
ความคิดเห็น 0