เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) สื่อท้องถิ่นในเกาหลีใต้รายงานว่า จังหวัดเชจูเริ่มดำเนินมาตรการ *ยึดทรัพย์สินคริปโต* จากผู้ที่ค้างชำระภาษี โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายเพื่อเรียกเก็บภาษีที่ค้างชำระ รวมมูลค่า 19,700 ล้านวอน หรือประมาณ 525 ล้านบาท จากผู้เสียภาษี 2,962 ราย
ในการสืบค้นข้อมูล จังหวัดเชจูได้อาศัยข้อมูลจาก *บิทซัมป์*, *อัปบิต* (ผู้ให้บริการ: ดูนา무), *คอยน์วัน* และ *คอร์บิต* ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เพื่อระบุว่าใครบ้างในกลุ่มผู้ค้างภาษีเหล่านี้มี *คริปโตเคอร์เรนซี* ในครอบครอง ปรากฏว่า พบผู้ถือครองรวม 49 ราย ที่มีคริปโตรวมมูลค่า 230 ล้านวอน หรือราว 166,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเงินจำนวนนี้มีกำหนดจะถูกนำมาใช้ในการชำระภาษีภายใต้ขั้นตอนการยึดและคืนทรัพย์
สำนักงานภาษีของเมืองยังได้ระบุให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเหล่านี้เป็น ‘ลูกหนี้รายที่สาม’ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องให้ความร่วมมือกับทางการในการดำเนินการ *อายัดสินทรัพย์ดิจิทัล* ดังกล่าว โดยถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของหน่วยงานท้องถิ่นในการใช้คริปโตเป็นเครื่องมือในการกดดันให้ชำระหนี้ภาษี
ความเคลื่อนไหวนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่จังหวัดเชจูมีการยืนยันสถานะทางกฎหมายของคริปโตในฐานะ ‘ทรัพย์สินจากการค้างภาษี’ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นอาจใช้แนวทางเดียวกันในอนาคต *ความคิดเห็น* การใช้คริปโตเพื่อชำระหนี้ภาษีไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในด้านการจัดเก็บภาษี แต่ยังสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลกลางต้องเร่งพัฒนาเครื่องมือในการติดตาม เสริมสร้างกฎหมายให้ทัดเทียมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น 0