นักลงทุนระยะยาวในบิตคอยน์(BTC) ลดการถือครองลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่าแนวโน้มนี้อาจเพิ่มแรงกดดันขาลงให้กับตลาดในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 24 บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนอย่าง Glassnode เปิดเผยว่า ปริมาณการถือครองของนักลงทุนระยะยาว (LTH) ที่ถือบิตคอยน์เกิน 155 วัน ลดลงเหลือประมาณ 14.3 ล้าน BTC ภายในเดือนธันวาคม จากระดับสูงสุดที่ 14.8 ล้าน BTC ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนของ LTH ลดลงเหลือเพียง 71.92% ของบิตคอยน์ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
การปรับลดการถือครองของ LTH ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สำคัญเมื่อเดือนเมษายน โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บิตคอยน์พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 109,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.91 ล้านบาท) ในวันที่ทรัมป์รับตำแหน่ง ก่อนจะร่วงลงเหลือ 74,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.65 ล้านบาท) ภายในเวลาไม่กี่เดือน ขณะนั้น นักลงทุนระยะยาวเข้าซื้อเพิ่มในช่วงราคาต่ำ ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองของกลุ่มนี้พุ่งแตะ 76% และช่วยให้ราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้นอีกครั้งจนแตะ 123,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.41 ล้านบาท) ในเดือนกรกฎาคม
ขณะนี้ บิตคอยน์กำลังทดสอบแนวรับสำคัญ โดยรายงานบางแห่งคาดการณ์ว่า หากแรงขายยังคงเพิ่มขึ้น ราคาอาจปรับตัวลดลงไปสู่ระดับ 68,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.46 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ‘ความคิดเห็น’ หากนักลงทุนระยะยาวยังคงใช้กลยุทธ์เดิมในการซื้อในช่วงราคาต่ำ การขายในระยะนี้อาจเป็นเพียงการทำกำไรชั่วคราว และราคาบิตคอยน์อาจมีโอกาสกลับขึ้นไปทำสถิติใหม่ได้อีกในไม่กี่เดือนข้างหน้า
‘คำ’ นักลงทุนควรจับตาสัญญาณกลับเข้าสู่ภาวะซื้ออีกครั้งของกลุ่ม LTH เพื่อประเมินแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของราคาใกล้ระดับแนวรับที่ 68,500 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0