รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาใช้นโยบาย ‘ระงับการจ่ายเงิน’ ในตลาดคริปโต เพื่อรับมือกับการปั่นราคาสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการสืบสวน โดยเป้าหมายคือการ *สกัดการถอนหรือเคลื่อนย้ายเงินก่อนมีคำตัดสินจากศาล* ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันการฟอกเงินและทำลายหลักฐาน
เมื่อวันที่ 7 ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น ประเทศเกาหลีใต้ได้จัดประชุมลับเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับการนำระบบ ‘ระงับการจ่ายเงิน (Payment Suspension)’ มาใช้ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันการอายัดสินทรัพย์ต้องรอหมายศาลหลังการสอบสวนจากอัยการ ซึ่งส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยมีเวลานำเงินออกนอกระบบ เช่น ย้ายเข้า *วอลเล็ตส่วนตัวหรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ* ได้ทันก่อนการบังคับใช้กฎหมาย
รูปแบบของมาตรการใหม่นี้อ้างอิงจาก *กฎหมายตลาดทุนฉบับแก้ไข* ที่จะเริ่มใช้ในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งให้อำนาจหน่วยงานทางการเงินระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายโดยไม่เป็นธรรม เช่น การ *ชอร์ตหุ้นแบบผิดกฎหมาย* หรือการปั่นหุ้น ตัวอย่างเช่น ในเหตุการณ์การปั่นหุ้นมูลค่า 100 พันล้านวอนในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ทางการสามารถระงับ 75 บัญชีได้ทัน ก่อนที่เงินกว่า 20 พันล้านวอนจะถูกนำออกจากระบบ ซึ่งเงินส่วนใหญ่นั้นยังคงเป็นกำไรที่ไม่ได้ขายออกมาใช้งานจริง
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ระบุว่า “คริปโตเคอร์เรนซี่ยิ่งค้นหายากกว่าหุ้นอีก เพราะฉะนั้นการรับมือในระยะต้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง” พร้อมเสริมว่าเคสในตลาดหุ้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำมาใช้กับตลาดคริปโตด้วย
แม้กฎหมายคุ้มครองผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีผลในเดือนกรกฎาคม 2024 จะมุ่งเน้นด้านการป้องกันการปั่นราคาและคุ้มครองผู้ลงทุนเป็นหลัก แต่ยังไม่มีข้อกำหนดด้าน *อำนาจการอายัดล่วงหน้า* อย่างชัดเจน จึงมีแนวโน้มว่า *ในการวางกฎหมายระยะที่สอง* รัฐบาลจะผลักดันบทบัญญัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระงับเงินและอำนาจในการสอดส่องเพิ่มเติมด้วย
ขณะเดียวกัน ระบบกำกับดูแลก็ได้รับการปรับปรุงอย่างเข้มข้นขึ้น โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นไป หน่วยงานร่วมปฏิบัติการที่รวมกำลังจาก *คณะกรรมการกำกับบริการทางการเงิน* ร่วมกับ *ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี* ได้เริ่มใช้ระบบเฝ้าระวังการซื้อขายด้วย AI ที่สามารถตรวจจับ *กลยุทธ์ปั่นราคาแบบอัจฉริยะ เช่น การทำข่าวหลอกลวงและการเทรดแบบอัลกอริทึมซ้ำๆ* ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ความรับผิดชอบของเว็บเทรดในประเทศก็เข้มงวดขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การแฮกแพลตฟอร์มอัพบิตในเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งทำให้สูญเงินกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ทางการผลักดันการใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยแบบเดียวกับธนาคารกับผู้ให้บริการคริปโต
สถานการณ์นี้สะท้อนจุดยืนของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ต้องการกำหนดให้ *คริปโตเคอร์เรนซีอยู่ภายใต้กฎระเบียบเหมือนสินทรัพย์การเงินแบบดั้งเดิม* โดยเน้นว่า “สินทรัพย์ดิจิทัลก็ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มข้นไม่ต่างจากหุ้น” ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดระเบียบตลาดและส่งเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน
หากการใช้มาตรการระงับเงินได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ จะทำให้รัฐบาลสามารถ *ตอบสนองต่อเหตุการณ์ปั่นราคาได้เร็วขึ้น* ซึ่ง *อาจลดความเสียหายต่อผู้ลงทุนรายย่อย* และสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดคริปโตในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
‘การทำให้คริปโตเป็นเหมือนสินทรัพย์ดั้งเดิม’ ไม่ได้เป็นเพียงคำพูดในเชิงนโยบายอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นแนวทางหลักในกฎเกณฑ์การลงทุนทั่วทั้งประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า *ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของความโปร่งใสและความรับผิดชอบ* ในระดับเทียบเท่าการเงินกระแสหลัก
‘ความคิดเห็น’: การบังคับใช้มาตรการอายัดเงินล่วงหน้าในตลาดคริปโตเช่นนี้ อาจเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาปั่นราคาและฟอกเงินในอุตสาหกรรมคริปโตเช่นกัน โดยถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของการย้ายคริปโตออกจาก ‘พื้นที่สีเทา’ สู่ตลาดที่มีความเป็นสถาบันมากขึ้น
ความคิดเห็น 0